วันจันทร์, พฤศจิกายน 09, 2552

ประโยชน์ของถ้วยมาม่า

วันนี้ลองไป google เรื่องถ้วยมาม่าดู ได้คำอธิบายแบบ"อ่านแล้วเข้าใจหว่ะ" และชัดเจนมากๆจากนายตากล้องครับ

มาดูกัน





หน้าที่หลักของถ้วยมาม่า (diffusion cup) คือ กระจายแสง ให้กว้างออกไป

การกระจายแสงให้กว้างออกไป โดยตัวของมันเอง ก็ไม่ได้ทำอะไรมากไปกว่า การกระจายแสงให้กว้างออกไป

หมายถึง คนที่ยืนอยู่รอบๆ ก็จะโดนแสงไปด้วย

ถามว่า ทำให้ภาพนุ่มขึ้นหรือไม่ ตอบว่า ไม่ครับ แต่มันจะ กระจายแสงออกไป กว้างขึ้น

หมายความว่า แฟลชต้องใช้กำลังไฟ มากกว่าปกติ เพื่อให้ตัววัตถุที่มันต้องการ สว่างเท่าเดิม

แทนที่ว่า ปกติ ถ้ายิงตรงๆ แฟลชใช้พลังงาน 10% ก็ได้ความสว่างที่ ตัวแบบพอดีแล้ว แต่พอคุณใส่ถ้วยมาม่านี้เข้าไป แฟลชต้องใช้พลังงานเพิ่มเป็น 50% ถึงจะได้แสง ที่ตัวแบบ พอดี ตามที่กล้องต้องการ

และผลที่ได้แสดงแฟลช ก็ยังไม่ได้นุ่มขึ้นมาอะไรเลย แทบจะเหมือนกับเรายิงตรงๆ

แต่สิ่งที่เสียไปคือ พลังงานอีก 40% ที่มันต้องกระจายออกไปรอบๆ โดยเปล่าประโยชน์

จึงไม่แนะนำให้ใช้ โดมกระจายแสง ทั้งแบบถ้วยมาม่านี้ หรือ แบบอื่นๆ ในการถ่ายภาพกลางแจ้ง

แต่ถ้าเป็นการถ่ายภาพในอาคาร ที่มีเพดาน มีผนัง ที่สามารถสะท้อนแสงกลับมายังตัวแบบได้ อันนี้ ถึงจะค่อยใช้งาน โดมกระจายแสงพวกนี้ครับ

สิ่งเดียว ที่ถ้วยมาม่า อาจจะ ดีกว่าการยิงตรง และทำให้แสงนุ่มขึ้นกว่ายิงตรง (เพียงเล็กน้อย) ก็คือ ขนาดของแหล่งกำเนิดแสง มันใหญ่ขึ้นมาจากเดิม ที่มีพื้นที่ เท่ากับ พื้นที่หัวแฟลชเล็กๆนั่น

ก็ขยายขึ้นมา (เล็กน้อย) เป็นเท่ากับพื้นที่ด้านหน้า ของปากชามถ้วยมาม่า ก็นุ่มขึ้นมา (เล็กน้อย) แต่เนื่องจาก แม้จะมีพื้นที่เท่ากับปากถ้วย แต่เมื่อนำไป เปรียบเทียบกับ ขนาดของสิ่งที่ถ่าย ซึ่งก็คือ ตัวคน 1 คน หรือ คนหลายๆคน ปากถ้วย ก็ถือว่าเป็น พื้นที่เล็กนิดเดียว เมื่อเทียบกับตัวคน ก็ยังคงเป็นแสงแข็งๆ อยู่นั่นเอง จึงไม่มีประโยชน์อะไร ที่จะใช้ถ่าย ในที่กลางแจ้งครับ

เพราะพวก diffusion dome หรือ ถ้วยมาม่าพวกนี้ เขาออกแบบให้ใช้งาน indoor ครับ คือ ให้มันกระจายแสงออกไปกว้างๆ แล้วไปสะท้อนเพดาน สะท้อนผนังตึก ผนังห้อง กลับมาที่แบบ ถึงจะได้แสงนุ่ม (จากแสงที่สะท้อนมาจากเพดาน และผนังห้อง) ถึงจะได้แสงที่นุ่มครับ (แต่ก็เปลืองพลังงานมากเช่นเดียวกัน)

สรุปแล้ว ถ้าจะใช้ถ้วยมาม่า ควรใช้งาน indoor และหันถ้วยไปบนเพดานเป็นหลักครับ (เพดานต้องสีขาว และอยู่ไม่สูงด้วย)

ถ้าใช้งานกลางแจ้ง ไม่ควรใช้อุปกรณ์พวกนี้ครับ ควรยิงแฟลชตรงๆ จะดีกว่า (ไม่เปลืองแบตโดยเปล่าประโยชน์)

อีก นิดนึง เห็นบางคน ถ่ายภาพกลางแจ้งตอนกลางวัน แล้วเอาแฟลชยิงขึ้นฟ้า แล้วใช้แผ่นสะท้อนแสง (แผ่น bounce) แผ่นเล็กๆ สีขาวๆ ดึงขึ้นมา และให้เหตุผลว่า ต้องการแค่ fill-in เบาๆ หรือ ต้องการแค่ประกายตาที่แบบ

ผมคิดว่า ไม่น่าจะถูกต้องนัก คือ ถ้าต้องการให้แฟลชยิงเบาๆ หรือ ต้องการประกายตา น่าจะใช้วิธี ยิงแฟลชตรงๆ แล้วไป ชดเชยแสงแฟลช ไปทาง ลบ เยอะๆหน่อย เช่น - 2 EV ที่แฟลช น่าจะเหมาะสมกว่าครับ

เพราะการที่คุณยิงแฟลชไปที่ท้องฟ้าตอนกลางวัน มันเป็นการผลาญแบตอย่างรวดเร็วมากนะครับ เสียพลังงานไปโดยใช่เหตุ ก็ฝากกันไว้ด้วยครับ

Blog Entryการแยกร่างแบบดิจิทัลOct 22, '08 12:50 AM
for everyone
ว่างมากๆ ไม่มีอะไรทำ ออกไปไหนก็ไม่ได้ พอหยิบกล้องแล้วฝนตกตลอด เลยใส่คาถาแยกร่างให้ป้าที่บ้านเล่นๆดีกว่าครับ


การ ใช้คาถาก็ไม่ได้ยากอะไรครับ เริ่มแรกให้เดินไปที่ประตูบ้าน หมุนสามรอบ แลบลิ้นหนึ่งที จากนั้นเดินกลับมาที่กล้อง เสียบกล้องใส่ขาไว้ แล้วเดินวนขากล้องสามรอบ พร้อมพูดว่า "อู้ อ้า ๆ ๆ"เสร็จแล้วก็ตั้ง count down ด้วย เพื่อความแม่นยำของคาถา จากนั้นก็รอให้กดชัดเตอร์ พอชัตเตอร์ดังต้องร้อง อู้อ้า อีกที เสร็จแล้วไปจับเป้าหมาย ไปที่อื่น แล้วก็ไปกดชัตเตอร์นับเวลาร้องอู้อ้าอีกที ทำแบบนี้อีกครั้ง เราก็จะแยกได้สามร่าง

เสร็จ แล้วเอามาต่อคอมพ์ โดยการบูชาสาย usb สามครั้งก่อนจึงจะสามารถทำต่อได้ จากนั้นใช้โปรแกรม Adobe Photoshop ก่อนจะใช้นั้นต้องเปิดปิดโปรแกรมสามครั้งก่อน คาถาถึงจะมา แล้วก็เปิดรูปใบแรกใน photoshop ไปที่ File>place... ท่องคาถา อู้อ้า อู้อ้า คูลู คูล คูลู แล้วก็เลือกรูปใบถัดมา กด enter จากนั้นพอ place และท่องคาถาแล้ว ด้านบนจะมีปุ่มเครื่องหมายถูกโผล่ขึ้นมาอย่างน่าทึ่ง ให้เราหลับตากดมันให้โดน เสร็จแล้วกรอบ X บนรูปจะหายไป แปลว่าพิธียังทำถูกต้อง แล้วเลือกยางลบที่เมนู บูชาสามที เสร็จแล้วลบทุกอย่างออกยกเว้นตัวเป้าหมายจากรูปที่สอง และทำแบบนี้ซ้ำไปเรื่อยๆ ตามจำนวนภาพที่ถ่ายมาเมื่อเสร็จทุกขั้นตอนแล้วบูชาคอมพ์ตัวเองสามที ระรึกถึงผู้สร้าง ก็เป็นอันเสร็จพิธี หรือถ้ายังไม่อาจเสร็จก็ทำอะไรต่างๆนาๆ ยำลงไปด้วยอารมณ์ศิลปินที่ระเบิดออกมาได้ครับ

ปล.เป็นเอามากหว่ะ