วันเสาร์, ธันวาคม 27, 2551

จับ eBook เป็นภาพแล้วยัดใส่มือถือกันเถอะ (MP3 , iPod ด้วย) ไม่ต้องเมื่อยหลังอีกต่อไป

ด้วยโปรแกรม eBook to Images ของ Merlin software ซึ่งสามารถทำไฟล์ตัวหนังสือเป็นภาพได้ครับ เพื่อสะดวกที่จะเอาไปอ่านในเครื่องพกพาต่างๆ เช่น มือถือ iPod หรือ MP3 บางรุ่น โดยโปรแกรมสามารถตั้งความกว้างยาวของรูปได้ด้วย เพื่อตอนจะอ่านแบบ full screen จะได้ fit พอดี อีกทั้งยังกำหนดให้เป็นแนวนอน แนวตั้ง เปลี่ยนตัวอักษรหรือพื้นหลังได้อีก หรือจะเอารูปมาทำเป็นพื้นหลังเองก็ไม่มีใครห้ามครับ อีกทั้งยังมีการทำขอบของตัวอักษรให้โค้งมนสวยงาม แต่อาจมีปัญหากับเครื่องที่จอเล็กๆก็ปิด anti-alias ไปครับ


ข้อเสียของโปรแกรมนี้อย่างเดียวคือ มันเป็น text เฉยๆ ถ้าหนังสือที่คุณจะพกไปอ่านมีรูปประกอบเยอะก็เสียใจด้วย (มีอีกวิธีกำลังค้นหาอยู่)

โหลด eBook to Images ได้ที่ Merlin Software เพียงแค่นี้คุณก็ไม่ต้องเมื่อยหลังแบกหนังสือหนักๆอีกต่อไปแล้ว

มีข้อสงสัยในการใช้โปรแกรม ส่งมาที่ comment ได้เลยครับ

ตัวหมาก หมากรุกไทยสุดคุ้ม ยี่สิบเก้าบาท!

ถอยมาจากห้างฝรั่ง Carrefour ฿29 แบบไม่มีกล่อง มีชุด ขาว-แดง กับ ขาว-ดำ แบบมีกล่อง ฿69 พร้อมกระดานกระดาษพับมาในซอง

อยู่บนกระดานกระดาษลังทำเอง หน้าตาเป็นแบบนี้ครับ..

ซ้ายไปขวา ขุน-เรือ-ม้า-โคน-เม็ด-เบี้ย (บน)

เรือกับเบี้ย(บน)
ตาอับ-เสมอ(ล่าง)


จากที่เห็น ถึงแม้ว่าจะไม่สวยเท่าชุดที่ทำจากไม้ แต่อย่าลืมว่ามันแค่ 29 บาทครับ เหมาะสำหรับนำมาฝึกซ้อมเล่นเป็นอย่างมาก

อยากให้คนไทยหันมาเล่นหมากรุกครับ มีไหมที่จะออกข่าว นายกเทศมนตรีไปเล่นหมากรุกที่บ้านหัวหน้าพรรคฝ่ายค้าน แทนที่จะไปออกรอบตีกอล์ฟแบบพวกไฮโซ

น่าเสียดายที่ตอนนี้ เว็บเล่นหมากรุกไทยออนไลน์แห่งเดียวได้กลายสภาพเป็นบริการเชิงการค้าไปเรียบร้อยแล้ว เซ็ง... ทำให้นัดเจอเืพื่อนไม่ได้ ต้องหันมาเล่น Chess กับเพื่อนๆแทนไปก่อน

วันศุกร์, ธันวาคม 26, 2551

Ph ไม่ได้อ่าน พ-พาน, ภ-สำเภา!!


หลาย ครั้งที่เราจำเป็นต้องใช้คำภาษาไทยเขียนเป็นคำอ่านภาษาอังกฤษ เช่น เขียนเพื่อทำ passport หรือบางทีอาจเขียนในการสอบแข่งขันต่างๆที่ต้องใช้ชื่อภาษาอังกฤษ ยกตัวอย่าง

นางสาวนิชาภา - Ms.Nichapha
นายฤทธาภัย - Mr.Rittaphai
นางสาววิภาวัน - Ms.Viphawan


เท่าที่สังเกตุจากตัวอย่าง ไม่มีอันไหนที่สะกดผิดเลย.. แต่ไม่ใช่ครับ ถ้าผมเป็นชาวต่างประเทศที่พึ่งเข้ามาเมืองไทยผมจะอ่าน...

Ms.Nichapha - มิส นิชาฟา
Mr.Rittaphai - มิสเตอร์ ริททาเฟ
Ms.Viphawan - มิส วิฟาวาน

และมีอีกตัวอย่างที่น่าสนใจ นั่นคือมหาลัยรัฐฯ กับบริษัทบันเทิงคดี มหาวิทยาลัยบูรพา กับ บริษัท ทีวีบูรพา จำกัด เขาเขียนแบบนี้ครับ

Burapha University
TV BURABHA CO., LTD

และอีกชื่อที่เราคุ้นเคย
Bhumibol Adulyadej - ภูมิพลอดุลยเดช (ทรงพระเจริญ)


และอีกชื่อกำลังมาแรง อภิสิทธิ์ แกก็เขียน Abhisit (แต่ลูกพี่แก ลุงชวน แกเขียน chuan leakphai แหะ...)

ก็ ใช้ตัว b สะกดแทน พ ภ และถ้าเราใช้ bh แทนเสียง พ ภ แทน ph ที่เป็นเสียง ฟ-ฟัน จะได้การออกเสียงจากชาวต่างชาติที่ตรงกว่าครับ เนื่องจาก bh ออกเสียงเป็น พ ภ อยู่แล้ว..(อ้างอิงจากโปรแกรมอ่าน text ทั้งหมดออกเสียงเหมือนกัน ไม่เชื่อลองกด Sumbho ให้มันอ่านสิชัดมาก สำเภา)

ทั้งนี้ทั้งนั้น ถ้าหากท่านแค่เอาไปใช้ให้คนไทยอ่านก็ไม่จำเป็นครับ


ดังนั้น..
นางสาวนิชาภา - Ms.Nichabha
นายฤทธาภัย - Mr.Rittabhaya ใส่ ya เพื่อให้ออกเสียง ย ยักษ์ ซึ่งภาษาอังกฤษไม่มี
นางสาววิภาวัน - Ms.Vibhawan

คนไทยใช้ภาษาไทยให้ถูก ก็ต้องใช้ภาษาต่างชาติให้ถูกด้วย สวัสดีครับ
(แนะนำติชมได้เลย)

วันอังคาร, พฤศจิกายน 18, 2551

สุดยอดเกมวัดกิ๋น The Impossible Quiz 1&2 เล่นออนไลน์

คลิกเพื่อเล่น The Impossible Quiz 1

คลิกเพื่อเล่น The Impossible Quiz 2

จากนั้นกด Play This Game! เพื่อเริ่มเล่นครับ

ลองเล่นดู ถ้าคุณคิดว่าตัวเองแน่ กึ๋นดี ประสบการณ์สูง อิอิ

วันอาทิตย์, พฤศจิกายน 02, 2551

เรื่องจริงของวัดธรรมกาย

ไปเจอมาครับ คิดว่าของจริงแน่ๆ
ธรรมกายมีอะไรที่แปลกๆ แหวกแนว วิบัติไปจากหลักพระพุทธศาสนาเยอะครับ หุหุ

เคย เห็นมั้ย สบงสกรีนโลโก้ของวัด ร่มสีเหลืองสกรีนโลโก้ของวัด ทำออกมาเป็นพิเศษบอกว่าเพื่อให้คนบริจาคเงินทำบุญ แล้วของพวกนี้ก็จะถวายพระ

เรี่ยไร เงินโดยใช้คำว่า "ทำบุญ" แล้วนำเงินไปสร้างวัตถุ เช่นศาลา พระพุทธรูป เจดีย์อย่างที่เห็นๆกัน อ้างว่าเป็นบุญใหญ่ เป็นวัตถุถาวร สร้างแล้วเป็นบุญถาวรไม่สูญสิ้น

ว่ากันว่าทุกวันอาทิตย์ต้นเดือน(อาทิตย์แรกของเดือน) ทุกคนต้องไปวัด(ย้ำว่าต้อง) เพราะเป็นบุญใหญ่

ทำบุญมากได้มาก ทำน้อยได้น้อย และการทำบุญของวัดนี้ก็คือการใช้เงินทำบุญอย่างที่รู้ๆกัน คือหลอกให้คนเอาเงินมาทุ่มมากๆ ว่างั้นเหอะ

ถ้า จำได้ คราวก่อนที่ผมบอกว่ามีเรื่องเข้าตัวกับอะไรแปลกๆ ตอนนี้ยังไม่เข้า แต่ก็เล่าเลยแล้วกัน...เรื่องของเรื่องคือวัดนี้จะสร้าง(อีกแล้ว) เห็นว่าจะสร้างพระประธานหรือสร้างอะไรก็ไม่รู้ ชาวคณะที่ออสเตรเลียก็เลยเรี่ยไรเงิน คนละ AUD$700 (เจ็ดร้อยดอลล่าร์ออสเตรเลีย) คิดเป็นเงินไทยก็ราวๆ 2 หมื่นบาท คนละสองหมื่น คนศรัทธาวัดนี้ตั้งกี่คน จะได้กี่ล้านลองไปกดเครื่องคิดเลขดูครับ

หลายทีที่ผมโดนแจกซองผ้าป่า ในซองก็มีโบรชัวร์โฆษณาคุณของการทำบุญว่าทำแล้วได้ผลอะไร อ่านดูยังไงก็ขัดกับหลักคำสอนของศาสนาจริงๆ ทำไมต้องโฆษณาชวนเชื่อให้คนทำบุญขนาดนี้ด้วย??? หนำซ้ำ หน้าซองผ้าป่าจะมีช่องให้ระบุชื่อผู้ร่วมบุญ และที่สำคัญ ช่องระบุจำนวนเงินที่อยู่ในซอง....ระบุจำนวนเงินเพื่ออะไร?

ชาววัด นี้มีความเชื่อที่ว่าช่วยกันดึงคนเข้าวัดให้มากที่สุด แล้วจะได้บุญใหญ่ ทำไมต้องดึงคนเข้าวัด? ถ้าวัดดีจริง ถ้าเป็นที่น่าศรัทธาจริง ไม่จำเป็นต้องโฆษณา ไม่จำเป็นต้องดึงคน คนก็จะเข้าเอง จริงมั้ยครับ ???

หลวงพี่ที่วัดโทรศัพท์คุยกับญาติโยม สีกา ไม่ว่าจะกลางวันกลางคืน เอ๊อะ มีงี้ด้วย

ผม เชื่อว่าหลายๆท่าน(อาจทุกท่าน) ณ ที่นี้ติด ASTV ที่บ้าน และช่องๆหนึ่งในนั้นจะมีช่อง DMC ด้วย ซึ่งเป็นช่องส่วนตัวของวัดนี้ ใช้เผยแพร่ธรรมะของเขาแหละ หรือบางท่านที่ฐานะดีหน่อยก็จะติดจานดาวเทียมเพื่อรับสัญญาณจากวัดนี้โดยตรง หรือที่ทางวัดเขาเรียกกันว่า "จานดาวธรรม โอ้ววว ก้าวหน้าเหลือเกิน

มี ครั้งนึง ผมโดนพี่ๆชาววัดนี้ "แนะนำแกมบังคับ" ให้นั่งสมาธิ (คืออยู่ดีๆก็จัดที่จัดทางแล้วบังคับให้่ผมนั่ง โดยไม่ถามความสมัครใจหรือเชิญชวนก่อน) ... ทำไมต้องบังคับด้วยล่ะ? ผมเชื่อว่าการนั่งสมาธิเป็นสิ่งที่ดี และผมเองก็ปฏิบัติในทุกครั้งที่มีโอกาส แต่ไม่มีเหตุผลที่จะต้องมาบังคับให้คนอื่นทำตาม ที่สำคัญ มีอยู่ครั้งหนึ่ง พี่แกเอา "ลูกแก้วไฟฟ้า" มาเปิดตอนนั่งสมาิธิด้วย ลักษณะคือลูกแก้วอันเล็กๆ เ็ป็นไฟฟ้า เปิดแล้วมีไฟและเห็นองค์พระกลางลูกแก้ว เข้าใจว่าสิ่งๆนิ้ ชาววัดเรียกว่า "ดวงแก้วธรรมกาย"

อืมมม ผมนึกออกแค่นี้อ่ะ ที่จริงน่าจะมีอะไรอีกหลายอย่าง เพราะวัดนี้มักมีอะไรแปลกๆใหม่ๆมาเสมอ และล้วนแต่บิดเบือนไปจากหลักพระพุทธศาสนาทั้งนั้น ผมต้องมาเจอแบบนี้กับตัว บางทีรู้สึกอึดอัดเหมือนกัน

อิอิ เป็นแค่การแชร์ประสพการณ์ที่เจอมากับตัวครับ นับวันยิ่งมีอะไรแปลกๆขึ้นอีกเยอะสำหรับวัดนี้

อ้อ อย่างที่รู้กัน วัดนี้ไม่ใช่มี และใหญ่โตในเฉพาะเมืองไทยนะครับ ณ ประเทศออสเตรเลีย มีทั้งหมด 7 รัฐ ทุกรัฐมีศูนย์ของวัดนี้ตั้งอยู่หมด

รวมถึงอีกหลายประเทศเช่นสหรัฐฯเป็นต้น ก็ยังมีวัดนี้...กระจายตลาดมากแค่ไหน คิดดู!!!


ทั้งนี้ทั้งนั้น.. ความเชื่อก็คือความเชื่อครับ คนเขาจะเชื่อเราก็คงจะไปเปลี่ยนความเชื่อไม่ได้ แม้ว่ามันจะเป็นสิ่งที่ผิดก็ตาม

วันพุธ, ตุลาคม 29, 2551

ใช้ css เพิ่มสีสันให้กับจุดหรือ Bullet Points ของรายการ หรือ list.

การใช้รายการ หรือ list เป็นที่นิยมกันอย่างแพร่หลายในหมู่นักเขียนเว็บครับ เพื่อทำให้การเขียนเป็นไปอย่างมีระบบ ซึ่งหลายท่านอาจจะยังไม่รู้และอาจไม่รู้จัก เรามาทำความรู้จักกันครับ

ถ้าหากท่านยังไม่รู้จักกับโค๊ด
<ul> <ol> <li> แนะนำให้ไปอ่านที่นี่ก่อนครับ
  • รายการ
  • รายการ
  • รายการ
ทีนี้ตามที่เห็น คือของผมมันเป็นจุดสีฟ้า ซึ่งปกติแล้วจะเป็นจุดสีดำแบบนี้ ● วิธีเปลี่ยนก็คือนำโค๊ด


/* List bullets */
li {
list-style-image: url(
รูปจุด/bullet ของคุณ);
}

ไปใส่ไว้ใน CSS ครับ ซึ่งก็แล้วแต่ระบบของแต่ละ blog ว่าใส่กันอย่างไร แต่ไม่ยาก เพราะมันแค่การวางไว้เฉยๆครับ

ตัวอย่างรูปของผมคือ


/* List bullets */
li {
list-style-image: url(
http://lh6.ggpht.com/pin14260/SQfhIofwmzI/AAAAAAAAAc8/yTdssrcsATg/bullet.gif);
}


เพียงแค่นี้ท่านก็จะได้จุดหรือ Bullet Points สวยๆมาไว้ใช้แล้วล่ะครับ

วันพุธ, ตุลาคม 15, 2551

การตกแต่งคลิปวิดีโอที่อัดจากเว็บแคมด้วย Windows Movie Maker

หลังจากที่เราได้อัดคลิปวิดีโอด้วยเว็บแคมของเราตามบทความ การอัด webcam ด้วย Windows Movie Maker ที่มากับ Windows XP เสร็จเรียบร้อยแล้ว เราจะได้คลิปวิดีโอที่ต้องการอยู่ในหน้าต่างของ Windows Movie Maker ด้วยครับ(ต่อไปจะเรียก WMM) ถ้าเรายังไม่ได้ปิดไปก่อนนะครับ

เริ่มต้นคือเราต้องทำให้คลิปของเราเข้าไปอยู่ในหนังก่อนครับ โดยการลากจากในส่วนของ Collection เข้าไปอยู่ใน Timeline หรือ Storyboard ครับ ลากตามภาพครับ

เสร็จแล้วกดที่ Show Timeline(หรือถ้าเป็นอยู่แล้วก็ไม่ต้องกด) ครับ

เพียงเท่านี้เราก็ได้หนังเราพร้อมเซฟแล้วครับ แต่เราทำต่อไปให้มากกว่านั้นก็ได้ คลิปผมเป็นคลิปปั่นปากกา โดยที่จะฉายภาพปั่นไปรอบแรก เสร็จแล้วก็ปั่นอีกที แต่เป็นแบบ slow โดยใช้คลิปตัวเดียวกัน ผมเลยต้องลากคลิปเดิมลงไปใน Timeline ต่อกันอีกทีครับ

หลังจากนั้นผมก็จะหั่นส่วนที่ไม่ต้องการออกครับ ตามภาพครับ



เสร็จแล้วผมก็จะเลือกส่วนที่ต้องการทำเอฟเฟค โดยการคลิกขวาที่คลิป จากนั้นเลือก Video Effects... แล้วก็เลือกได้ตามต้องการครับ ซึ่งการสั่งเอฟเฟคจากตรงนี้ ทำให้เราใช้ซ้อนกันหลายๆอันได้ครับ

หลังจากได้เอฟเฟคตามต้องการ และตัดต่อคลิปอะไรต่างๆเสร็จเรียบร้อยแล้ว ต่อไปที่ขาดไม่ได้ก็คือการใส่ตัวหนังสือ(Title) ครับ ซึ่งวิธีการก็ไม่ได้ยากอะไร โดยการไปที่คำสั่ง Tools>Title and credits...

ทีนี้จะมีตัวเลือก...
  • Add title at the beginning of the movie. - ใส่ตัวหนังสือก่อนจะเริ่มฉายหนัง
  • Add title before the selected clip - ใส่ตัวหนังสือก่อนคลิปที่เลือกไว้ (ที่ลากมาจากด้านบน หรือ Collection)
  • Add title on the selected clip - ใส่ตัวหนังสือลงไปบนคลิปที่เลือกไว้ (มันจะทับคลิปครับ)
  • Add title after the selected clip - ใส่ตัวหนังสือหลังไว้ทีหลังคลิปที่เลือกไว้
  • Add credits at the end of the movie. - ใส่เครดิืทส์ในตอบจบของหนัง
แค่นี้ครับ แล้วเราก็สามารถปรับแต่งสีและลักษณะตัวหนังสือรวมไปถึงสีพื้นหลังได้ครับ โดยหลังจากเราเลือกไปแล้ว ถ้ากด Change the title animation หมายถึง เปลี่ยนลักษณะการนำเสนอของตัวอักษร และ Change the text font and color คือเปลี่ยนสีและเปลี่ยนฟ้อนท์ และหลังจากกดปุ่มใดปุำมหนึ่งไปแล้ว จะมี Edit the title text.. คือเปลี่ยนว่าเราจะพิมพ์อะไรครับ เมื่อทำทุกอย่างเสร็จแล้วกด Done, add title to movie เพียงเท่านี้เราก็ได้ตัวหนังสือตามต้องการแล้วครับ

เสร็จจากนั้น เวลาที่คลิปมันเปลี่ยน มันก็เปลี่ยนซะดื้อๆ ไม่สวยงามเท่าไหร่ มีวิธีแก้ได้ก็คือกดเปลี่ยนจาก Timeline เป็นโหมด Storyboard ก่อนครับ (โดยกดที่ Show Storyboard)

เสร็จแล้วกดที่ Tools>Video Transition... แล้วเลือกตามชอบเลยครับ โดยกดปุ่ม play(รูปสามเหลี่ยม)ด้านขวาเพื่อดูตัวอย่าง เมื่อเลือกได้ตามต้องการแล้ว ก็ลากลงไปใส่ที่ Storyboard ได้เลย ตามภาพครับ



หลังจากทำเสร็จทุกอย่างจริงๆแล้ว ต่อไปก็ต้องทำให้ตอนเปิดกับตอนปิดมันสวนงามโดยการเฟด(Fade)ครับ โดยคลิกขวาที่คลิปแรกเลือก Fade In... และคลิกขวาที่คลิปสุดท้ายใน Storyboard เลือก Fade out

เสร็จแล้วคลิก File>Save Movie File... แล้วเลือก My Computer จากนั้นเลือกเป้าหมายโฟลเดอร์ที่จะเซฟไว้ กด next และเลือกเป็น other > Broadband 150Kbps เหมือนเดิมครับ ถ้าไม่มีให้กด Show more choices.

เพียงแค่นี้เราก็จะได้ไฟล์นั้นมาแล้วครับ


นี่คือคลิปที่ได้

การอัด เว็บแคม (webcam) ด้วย Windows Movie Maker ที่มากับ Windows XP

หลายๆท่านที่ซื้อคอมพิวเตอร์แบบพกพา ส่วนใหญ่จะมีเว็บแคมแถมมาด้วย ซึ่งส่วนมากนั้นมาเปล่าๆ ไม่มีโปรแกรมที่ใช้งานร่วมกันติดมาด้วย เนื่องจากมันใช้งานได้ด้วยตัวของมันเองไม่ต้องลงอะไรให้หนักเครื่อง แต่ปัญหาคือเราจะอัดยังไง? เพราะไม่มีโปรแกรมอัดหรืออะไรมาเลย

เรามาเริ่มต้นกันง่ายๆด้วยโปรแกรมเบๆ Windows Movie Maker ซึ่งได้แถมมากับ Windows XP อยู่แล้วครับ

เริ่มต้นจากการเปิดโปรแกรม โดยปกติจะอยู่ที่ Start>All Programs เฉยๆ แต่ถ้าไม่มีอาจแปลว่าไม่ได้ติดตั้งไว้ครับ ถ้าหากท่านไม่มีให้ดาวน์โหลดได้ที่นี่

เมื่อมาถึงหน้าโปรแกรมแล้ว ให้ไปที่คำสั่ง File>Capture Video

หลังจากนั้นเลือก USB Video Device (อาจเป็นชื่ออื่นถ้าไม่มี) พร้อมเลือกเป็นไมโครโฟนด้วย แล้วกด next

เสร็จแล้วตั้งขื่อ พร้อมเลือกเป้าหมายโฟลเดอร์ที่จะบันทึกไฟล์ครับ

โอเค ในขั้นตอนนี้ ผมแนะนำให้เลือก Other แล้วก็ในแถบเลือก Video for broadband (512 Kbps) หรือถ้าอยากจะเอาไปอัพโหลดตาม Youtube ก็เลือกแค่ (150 Kbps) ได้ครับ จะได้โหลดกันเร็วๆ แต่ถ้าเราเลือก Best Quality for playback on my computer ก็อาจจะใหญ่และชัดเกินไปครับ เพราะเว็บแคมนั้นส่วนมากจะมีขนาดใหญ่สุดแค่ 320x240 pixels แต่ตัวนี้จะเป็น 640x480 pixels และที่เป็น Video for broadband ก็คือ 320x240 พอดีครับ แต่ถ้ากะอัดไปเพื่อไรท์เป็น VCD ก็ใช้ Best Quality for playback on my computer จะเหมาะสมกว่า

เสร็จแล้วกด next ดูตาม steps ที่เค้าให้มาครับ กด Start Capture เพื่อเริ่มการอัด และกด Stop Capture เมื่อต้องการหยุดการอัด คุณสามารถทำแบบนี้หลายๆรอบก็ได้ แล้วจะได้มาหลายคลิปในงานเดียวกัน ซึ่งเราจะมาดูกันต่อไป

แค่นี้เราก็ได้ไฟล์คลิปที่อัดแล้วครับ มันจะอยู่ในโฟลเดอร์ที่เราเลือกไว้ตอนแรกครับ เมื่อได้คลิปที่ต้องการแล้วเราก็ออกจากโปรแกรมได้เลย และไม่ต้องเซฟครับ


เราอาจมาแต่งเสริมปรุงรสให้กับคลิปของเราได้อีกนิดหน่อย... ต่อใน การตกแต่งคลิปวิดีโอที่อัดจากเว็บแคมด้วย Windows Movie Maker ครับ

วันจันทร์, ตุลาคม 06, 2551

Tortured (2008) หนังต้นทุนต่ำอีกเรื่องที่คุณไม่ควรพลาด!

เรื่อง Tortured (2008) ชื่อไทย เค้นโหด โคตรมือปราบสองหน้า
กำกับและเขียนบทโดย Nolan Lebovitz ได้นำเสนอเรื่องในอารมณ์ที่เราคุ้นเคยกันอยู่แล้ว พระเอกเป็น FBI จิมมี่ วาฟน์ ปลอมตัวไปอยู่กับองกรณ์อาชญากรรม และทำทุกวิถีทางเพื่อให้ซิกกี้(หัวหน้าองกรณ์)ไว้วางใจเขา เพื่อจะได้สืบหาข้อมูลในการจัดการกับองกรณ์ และซิกกี้ได้สั่งให้จิมมี่เค้นความจริงจากกรีน นักบัญชีส่วนตัวของซิกกี้เนื่องจากกรีนขโมยเงินของซิกกี้ไป โดยที่ซิกกี้นั้นสั่งการจิมมี่ทางโทรศัพท์ แต่จิมมี่นั้นไม่ค่อยจะเชื่อว่ากรีนเป็นคนทำจริงๆ อย่างไรก็ตาม จิมมี่ต้องจำใจทำ เพื่อให้ได้รับความไว้วางใจจากซิกกี้ถึงมากที่สุด และเพื่อเขาจะได้ล้มล้างองกรณ์ของซิกกี้ได้

แต่ไม่ใช่แค่นั้น หนังเรื่องนี้ได้ฉายภาพแห่งความน่ากลัวและทรมาน ดูๆแล้วอาจจะเหมือนเนื้อเรื่องของหนังทั่วๆไป ที่อาจจะคาดเดากันได้ง่ายๆ แต่ไม่เลยครับ ขอบอกว่าคนเขียนบทเรื่องนี้สุดยอดมากๆ แม้ว่าจะเป็นหนังต้นทุนต่ำ (ไม่ฉายโรง)แต่ก็ได้เก็บรายละเอียดในการแสดงถ่ายทอดอารมณ์และเนื้อเรื่องไว้อย่างดีมากถึงมากที่สุด ไม่ทำให้ผู้ชมผิดหวังแน่นอน โดยเฉพาะฉากที่จิมมี่ทรมานกรีนด้วยวิธีสารพัดจะสรรหา ไม่ว่าจะเป็น ถอนเล็บ จับขึงโซ่ เผาขา ไฟช๊อต และอะไรต่างๆมากมาย โดยที่จิมมี่นั้นทำไปแบบฝืนใจเพราะเขาคิดว่ากรีนบริสุทธิ์ และตัวละครอื่นๆในหนังเรื่องนี้ ก็เหมือนจะมีความลับกันทุกคนไป เช่นพ่อของจิมมี่ ผู้ซึ่งเป็นหัวหน้าFBI และกรีนที่เหมือนจะเป็นแค่นักบัญชีธรรมดาๆ

หนังเรื่องนี้ไม่ได้ดำเนินเรื่องตามลำดับเวลาเหมือนหนังปกติทั่วไป แต่จะฉายภาพย้อนเวลาตั้งแต่ตอนจิมมี่เสนอตัวเข้าองกรณ์ สลับการการทรมานกรีนของจิมมี่ ซึ่งค่อนข้างมีความคล้ายคลึงกันไม่น้อย ตามความเห็นของPMMหนังเรื่องนี้นำเสนอความน่ากลัวและทรมานได้สมเหตุสมผลดี ไม่ได้ทรมานกันแบบไร้สารถเหมือนหนังซาดิสม์ และความสมจริงของเนื้อเรื่องก็เป็นไปได้ในชัวิตจริงครับ และที่ผมชอบมากๆคือบุคคลที่เล่นเป็นกรีน (ลอแลนซ์ ฟิชเบิร์น) -เคยแสดงมอเฟียสจากแมกทริกซ์ทั้งสามภาค ที่แสดงเป็นมิสเตอร์กรีน คนธรรมดาๆได้อย่างเนียนมากๆครับ เพราะปกติจะมีแต่บทใหญ่ๆเช่นหัวหน้า(อย่างมอเฟียส)

เนื่องจากเป็นหนังต้นทุนต่ำ ดังนั้นจังไม่ค่อยมีอะไรที่เป็นความยิ่งใหญ่อลังการ เหมือนกับที่เป็นที่นิยมในตลาดหนังทั่วไป แต่หนังเรื่องนี้ถึงจะต้นทุนต่ำ แต่คุณภาพนั้นไม่ต่ำเลยครับ และจะมีปมปัญหาแบบที่คนดูไม่คาดฝันมาตลอด ตอนที่ดูแรกๆก็เหมือนจะรู้ว่าอะไรจะเกิดต่อไป แล้วมันก็เป็นแบบนั้นมาเรื่อยๆ แต่ท้ายที่สุดทุกอย่างที่คนดูนั้นได้คาดเดาไว้ ผิดและพังทลายจนหมดครับ นับว่าเป็นหนังน่าดูอีกเรื่องที่ PMM ได้แนะนำครับ

ถ้าคุณชอบหนังอาชญากรรม ผู้ร้าย มาเฟีย ตำรวจ และการสอบปากคำด้วยการทรมาน คุณต้องชอบเรื่องนี้แน่ๆครับ รับรองได้




เอา MEMO ไปเลย 4 อันครับ PinMEMO ชอบมาก ควรค่าแก่การเก็บไว้ใน MEMOry

tags: Movie Review

วันอาทิตย์, ตุลาคม 05, 2551

ย้อนความหลังกับเกม Wolfenstein 3D -1992(freeware)

เมื่อซักประมาณ สิบกว่าปีที่แล้ว... สมัยที่ผมยังใช้DOSอยู่ จำได้ว่าคุณพ่อเคยเอาเกมมาให้เล่นเกมหนึ่ง ซึ่งเป็น First-Person-Shooting เกมแรกที่ผมได้รู้จัก ชื่อ Wolfenstein 3D เนื้อหาเกี่ยวกับสายลับเข้าไปถล่มปราสาทของนาซี ตอนจบมีบอสเป็น Hitler เสียด้วย ซึ่งผมเห็นภาคใหม่ของเกมนี้ออกมาเลยสงสัยในอดีตของตัวเองว่าเล่นเกมอะไรไป แล้วก็ค้นคว้าไปเรื่อยๆจนพบว่าเป็นเกมต้นแบบของ FPS ด้วยครับ เสร็จแล้วก็อยากเล่น แต่คอมพ์สมัยนี้เล่นเกมโบราณไม่ได้แล้ว เลยลองไป google ดูได้เจอที่เล่นบน xp ได้

ในเนื้อเรื่องเกม เรารับบทเป็นสายลับของฝ่ายพันธมิตร ที่โดนนาซีจับขังไว้ที่ปราสาท
แล้วก็เล่นจนหนีออกมาได้ จากนั้นก็เจออะไรต่อมิอะไรอีกมากมาย เช่นกองทัพซอมบี้ ฮิตเล่อ หมาเชฟเฟิร์ดระโดดเข้าใส่

โฉมหน้า Hitler

ในการเล่น แค่ใช้ลูกศร ขึ้นลง-ซ้ายขวา กด
ctrl เพื่อยิง alt เพื่อเดิน shift เพื่อวิ่ง และ space เพื่อเปิดประตู (สามารถตั้งเองในเกมได้) และพอเล่นไปเรื่อยๆเราก็จะเคลียร์ด่าน หรือ level โดยการกดลิฟท์ คลาสสิคมากๆครับ

ถ้าคุณอยากลองสัมผัสกับเกมยุคโบราณ ที่สร้างขึ้นตั้งแต่ปี 1992 แต่ยังคงมีความสนุกแบบเดิมๆอยู่ ก็ควรจะลองเล่นดูครับ

ภาพจากเกม



ยังไม่ได้ลองกับวิสต้านะครับ เพราะไม่มีใช้


โหลดเสร็จแล้วให้ดับเบิ้ลคลิกที่ WOLF3D.EXE เพื่อเข้าเล่นเกมได้เลยครับ