บริษัทศรีราชาทัวร์ เพิ่งได้รับสัมปทานรถตู้สาย บางแสน-อนุสาวรีย์ฯ ซึ่งเป็นคิวรถตู้ถูกกฎหมาย ดำเนินการตามนโยบายของบริษัทขนส่ง จำกัด (บขส.) มิหนำซ้ำที่จุดจำหน่ายขายตั๋วเดินทาง ได้ขึ้นคัทเอ้าท์ตัวหน้าใหญ่เห็นเด่นชัดว่า "รถตู้ถูกกฎหมาย" เอาไว้ด้วย เหมือนต้องการจะสื่อ หรือ"กระทบ"ใครบางคนหรืออะไรบางอย่าง
ปัญหาคือ ที่บางแสนมีคิวรถตู้เถื่อนอยู่แล้ว เป็นสายจากข้างโรงพยาบาลของมหาวิทยาลัยบูรพา ไปที่หลังภัตคารพงษ์หลี ซึ่งเป็นคิวรถที่ทำอย่างเปิดเผย ที่ทำมาเป็นเวลานานแล้ว
และแล้วก็มีเหตุการณ์ที่ไม่คาดฝันเกิดขึ้น
"ช่วงประมาณ 03.00 น.วันที่ 12 สิงหาคม 2552 ที่ผ่านมา ได้มีคนร้ายใช้อาวุธปืนยิงขู่ที่บริเวณที่จุดออกรถที่ห้างสรรพสินค้าแหลมทอง หลายนัด" จากเว็บทนายคลายทุกข์
ผู้ที่อยู่ในเหตุการณ์ ยังเล่าให้ฟังเองอีกว่าไม่ใช่แค่ยิงขู่ แต่ยิงใส่ห้องกระจกที่เอาไว้ขายตั๋วเดินทาง พรุนไปหมดเลย
จุดจำหน่ายตั๋วของบริษัทนี้เดิมทีอยู่ติดถนนใหญ่ ด้านหน้าห้างแหลมทอง แต่หลังจากเหตุการณ์นี้ได้ย้ายเข้าไปด้านในใกล้บริเวณห้างแทน เพื่อเพิ่มความปลอดภัย
รถตู้เถื่อนให้บริการในราคา 110 บาทต่อเที่ยว ในขณะที่รถถูกกฎหมายให้ราคา 100 บาทถ้วน ถูกกว่ากันถึงสิบบาท ซึ่งเหมือนเป็นการหักหน้ารถตู้เจ้าถิ่นซะอย่างนั้น ก็คงไม่แปลกที่จะโดน"ขู่"จากมาเฟียรถตู้ได้
พูดถึงเรื่องคุณภาพบริการเมื่อเปรียบเทียบระหว่างของเถื่อนและของถูกกฎหมายแล้ว นับว่าไม่แตกต่างกันมากนัก รถตู้เถื่อนจะมีรถที่เยอะกว่าเป็นจำนวนหนึ่ง เพราะเป็นรถใครรถมันและดำเนินกิจการมานานแล้ว ส่วนของถูกกฎหมายจะใช้รถของบริษัทศรีราชาทัวร์ ซึ่งตามข่าวกล่าวว่ามีแค่สามคัน
รถถูกกฎหมายมีชั่วโมงละคัน ส่วนรถตู้เถื่อนมีทั้งวัน และรถเถื่อนจะออกเร็วกว่าแต่ถ้าไม่มีลูกค้า รถก็จะไม่ออกเพราะใช้ระบบเต็มออก ในขณะที่รถถูกกฎหมายใช้ระบบออกตามเวลา ซึ่งให้ความแน่นอนกว่า และไม่มีการไปรอรถเติมแก๊สขณะที่ผู้โดยสารเต็มรถแบบรถเถื่อนอีกด้วย
ถึงตอนนี้เวลาผ่านไปประมาณหนึ่งเดือนแล้ว ก็ยังหาตัวผู้กระทำความผิดไม่ได้ ทั้งๆที่เห็นชัดเจนอยู่แล้วว่ากลุ่มคนกลุ่มใดเป็นผู้เสียผลประโยชน์จากคิวรถตู้ถูกกฎหมายนี้ ผู้รักษากฎหมายหายไปไหน หรือว่าค่าเดินทางของรถตู้เถื่อนที่แพงกว่าสิบบาท คือส่วนหนึ่งของเงินที่ตำรวจได้ไป ?
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ บ่น แสดงบทความทั้งหมด
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ บ่น แสดงบทความทั้งหมด
วันพฤหัสบดี, กันยายน 10, 2552
วันอาทิตย์, พฤศจิกายน 02, 2551
เรื่องจริงของวัดธรรมกาย
ไปเจอมาครับ คิดว่าของจริงแน่ๆ
ทั้งนี้ทั้งนั้น.. ความเชื่อก็คือความเชื่อครับ คนเขาจะเชื่อเราก็คงจะไปเปลี่ยนความเชื่อไม่ได้ แม้ว่ามันจะเป็นสิ่งที่ผิดก็ตาม
ธรรมกายมีอะไรที่แปลกๆ แหวกแนว วิบัติไปจากหลักพระพุทธศาสนาเยอะครับ หุหุ
เคย เห็นมั้ย สบงสกรีนโลโก้ของวัด ร่มสีเหลืองสกรีนโลโก้ของวัด ทำออกมาเป็นพิเศษบอกว่าเพื่อให้คนบริจาคเงินทำบุญ แล้วของพวกนี้ก็จะถวายพระ
เรี่ยไร เงินโดยใช้คำว่า "ทำบุญ" แล้วนำเงินไปสร้างวัตถุ เช่นศาลา พระพุทธรูป เจดีย์อย่างที่เห็นๆกัน อ้างว่าเป็นบุญใหญ่ เป็นวัตถุถาวร สร้างแล้วเป็นบุญถาวรไม่สูญสิ้น
ว่ากันว่าทุกวันอาทิตย์ต้นเดือน(อาทิตย์แรกของเดือน) ทุกคนต้องไปวัด(ย้ำว่าต้อง) เพราะเป็นบุญใหญ่
ทำบุญมากได้มาก ทำน้อยได้น้อย และการทำบุญของวัดนี้ก็คือการใช้เงินทำบุญอย่างที่รู้ๆกัน คือหลอกให้คนเอาเงินมาทุ่มมากๆ ว่างั้นเหอะ
ถ้า จำได้ คราวก่อนที่ผมบอกว่ามีเรื่องเข้าตัวกับอะไรแปลกๆ ตอนนี้ยังไม่เข้า แต่ก็เล่าเลยแล้วกัน...เรื่องของเรื่องคือวัดนี้จะสร้าง(อีกแล้ว) เห็นว่าจะสร้างพระประธานหรือสร้างอะไรก็ไม่รู้ ชาวคณะที่ออสเตรเลียก็เลยเรี่ยไรเงิน คนละ AUD$700 (เจ็ดร้อยดอลล่าร์ออสเตรเลีย) คิดเป็นเงินไทยก็ราวๆ 2 หมื่นบาท คนละสองหมื่น คนศรัทธาวัดนี้ตั้งกี่คน จะได้กี่ล้านลองไปกดเครื่องคิดเลขดูครับ
หลายทีที่ผมโดนแจกซองผ้าป่า ในซองก็มีโบรชัวร์โฆษณาคุณของการทำบุญว่าทำแล้วได้ผลอะไร อ่านดูยังไงก็ขัดกับหลักคำสอนของศาสนาจริงๆ ทำไมต้องโฆษณาชวนเชื่อให้คนทำบุญขนาดนี้ด้วย??? หนำซ้ำ หน้าซองผ้าป่าจะมีช่องให้ระบุชื่อผู้ร่วมบุญ และที่สำคัญ ช่องระบุจำนวนเงินที่อยู่ในซอง....ระบุจำนวนเงินเพื่ออะไร?
ชาววัด นี้มีความเชื่อที่ว่าช่วยกันดึงคนเข้าวัดให้มากที่สุด แล้วจะได้บุญใหญ่ ทำไมต้องดึงคนเข้าวัด? ถ้าวัดดีจริง ถ้าเป็นที่น่าศรัทธาจริง ไม่จำเป็นต้องโฆษณา ไม่จำเป็นต้องดึงคน คนก็จะเข้าเอง จริงมั้ยครับ ???
หลวงพี่ที่วัดโทรศัพท์คุยกับญาติโยม สีกา ไม่ว่าจะกลางวันกลางคืน เอ๊อะ มีงี้ด้วย
ผม เชื่อว่าหลายๆท่าน(อาจทุกท่าน) ณ ที่นี้ติด ASTV ที่บ้าน และช่องๆหนึ่งในนั้นจะมีช่อง DMC ด้วย ซึ่งเป็นช่องส่วนตัวของวัดนี้ ใช้เผยแพร่ธรรมะของเขาแหละ หรือบางท่านที่ฐานะดีหน่อยก็จะติดจานดาวเทียมเพื่อรับสัญญาณจากวัดนี้โดยตรง หรือที่ทางวัดเขาเรียกกันว่า "จานดาวธรรม โอ้ววว ก้าวหน้าเหลือเกิน
มี ครั้งนึง ผมโดนพี่ๆชาววัดนี้ "แนะนำแกมบังคับ" ให้นั่งสมาธิ (คืออยู่ดีๆก็จัดที่จัดทางแล้วบังคับให้่ผมนั่ง โดยไม่ถามความสมัครใจหรือเชิญชวนก่อน) ... ทำไมต้องบังคับด้วยล่ะ? ผมเชื่อว่าการนั่งสมาธิเป็นสิ่งที่ดี และผมเองก็ปฏิบัติในทุกครั้งที่มีโอกาส แต่ไม่มีเหตุผลที่จะต้องมาบังคับให้คนอื่นทำตาม ที่สำคัญ มีอยู่ครั้งหนึ่ง พี่แกเอา "ลูกแก้วไฟฟ้า" มาเปิดตอนนั่งสมาิธิด้วย ลักษณะคือลูกแก้วอันเล็กๆ เ็ป็นไฟฟ้า เปิดแล้วมีไฟและเห็นองค์พระกลางลูกแก้ว เข้าใจว่าสิ่งๆนิ้ ชาววัดเรียกว่า "ดวงแก้วธรรมกาย"
อืมมม ผมนึกออกแค่นี้อ่ะ ที่จริงน่าจะมีอะไรอีกหลายอย่าง เพราะวัดนี้มักมีอะไรแปลกๆใหม่ๆมาเสมอ และล้วนแต่บิดเบือนไปจากหลักพระพุทธศาสนาทั้งนั้น ผมต้องมาเจอแบบนี้กับตัว บางทีรู้สึกอึดอัดเหมือนกัน
อิอิ เป็นแค่การแชร์ประสพการณ์ที่เจอมากับตัวครับ นับวันยิ่งมีอะไรแปลกๆขึ้นอีกเยอะสำหรับวัดนี้
อ้อ อย่างที่รู้กัน วัดนี้ไม่ใช่มี และใหญ่โตในเฉพาะเมืองไทยนะครับ ณ ประเทศออสเตรเลีย มีทั้งหมด 7 รัฐ ทุกรัฐมีศูนย์ของวัดนี้ตั้งอยู่หมด
รวมถึงอีกหลายประเทศเช่นสหรัฐฯเป็นต้น ก็ยังมีวัดนี้...กระจายตลาดมากแค่ไหน คิดดู!!!
ทั้งนี้ทั้งนั้น.. ความเชื่อก็คือความเชื่อครับ คนเขาจะเชื่อเราก็คงจะไปเปลี่ยนความเชื่อไม่ได้ แม้ว่ามันจะเป็นสิ่งที่ผิดก็ตาม
วันอังคาร, กันยายน 30, 2551
PMM เรียน Science ที่โรงเรียน

"วิชาวิทยาศาสตร์เป็นอะไรที่เข้าใจยาก สับสน ซับซ้อน และโหดร้ายมากๆ เวลาครูให้การบ้าน ยิ่งตอนสอบแล้วก็ เหมือนตกนรกยังไงยังงั้น เกรดก็ได้น้อย พ่อแม่ต้องไม่พอใจแน่ๆ แล้ว GPA จะทำยังไงเนี่ย"
เมื่อถามถึงวิชาวิทยาศาสตร์ หลายๆท่านอาจจะบอกแบบนี้ ซึ่งมันก็จริง... ในหลายๆโรงเรียน และในหลายๆชีวิต.. เพื่อการเรียนต่อ แต่ถ้าหากท่านได้อ่านบทความเรื่อง PMM เรียน Economy ที่โรงเรียน ไปแล้ว(ใครยังไม่ได้อ่าน แนะนำให้อ่านซะ) ท่านก็พอจะนึกออกว่า ที่โรงเรียนผมวิชาวิทยาศาสตร์มันเป็นยังไง เรื่องที่ผมกำลังจะเล่าต่อไปนี้ อาจจะเหนือความคาดหมายของท่านที่อ่านอยู่ หรือว่างั้นๆ ก็แล้วแต่ดวงครับ.....
ครูที่สอนมีนามว่า "นันทนา" ครับ นามสกุลอะไรมิอาจทราบได้ เหมือนจะชื่อเล่นว่า "นอร่า" ชื่อเหมือนชาวต่างชาติซะงั้น ทั้งๆที่ชื่อจริงชื่อนันทนา แต่เพื่อนเคยเล่าให้ฟังว่า อาจารย์น่อร่าเกิดอยู่อังกฤษครับ เอ แล้วทำไมชื่อจริงว่านันทนานะ แต่ก็น่าจะจริง เพราะแกพูดไทยไม่ชัด ทั้งนี้ทั้งนั้นพวกผมและผองเพื่อนก็เรียกแกว่า"จารป้า" อยู่ดีนั่นแหละ และแก claim.. อ่า เคยกล่าวไว้ว่าวิชาที่แกสอนเป็นวิชา Planet Earth ครับ ชื่อเหมือนรายการทีวีเลย เรื่องที่แกสอนก็คือพวก ดาราศาสตร์ ประชากรโลก ไม่ก็ โรงงานไฟฟ้าและการปั่นไฟฟ้า และเหมือนช่วงนี้จะสอน Global Warming สภาวะโลกร้อนอะไรพวกนี้ครับ ดูเหมือนจะเป็นวิชาธรรมดาๆ ไม่เห็นมีอะไรเลย สอนเรื่องโลกร้อน ก็ถูกแล้ว ยังยังผมยังเล่าไม่จบ
เรามาดูกันที่วิธีการสอนของแกครับ ตอนเปิดภาคเรียนมาใหม่ๆ ที่เพิ่งเจอจารป้าครั้งแรก เหมือนจะเคร่งมากๆ แต่ด้วยนิสัยของเด็กวัยรุ่น มันเม้าท์แตก เหมือนท่อประปารั่ว คุยกันไม่หยุด แต่แกก็สอนไป และสอนไป พอวันที่สองก็เริ่มมีเพื่อนเล่น PSP กันในคาบเรียนและ แกก็เดินมาด่านะ ต่างกับของ Economy ที่แกไม่พูดซักคำ แล้วแกก็ไป บางวันที่รมณ์บ่จอยก็กระชากสายหูฟัง iPod หลุดไปเลยก็มี ร้ายสุดๆ และแกจะสอนเสียงเบาๆมากๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆ แบบว่า นั่นพูดกันต่อหน้าต่อตากันแทบจะไม่ได้ยิน อาจเป็นเพราะเพื่อนมันเม้าท์แตกกันอยู่ก้ได้ แต่ไม่น่าจะเกี่ยวนะ ถ้าใกล้ๆแล้ว อะไรๆก็น่าจะได้ยินชัด จนผมต้องนั่งใกล้จนน้ำลายแกลอยมาโดนหน้านั่นแหละ ถึงจะได้ยิน และด้วยความเสียงเบาของแกมั้ง เลยทำให้นักเรียน(รวมทั้ง PMM)ขี้เกียจจะเรียน
ความสุดยอดของวิชานี้ก็คือ อารมณ์ที่เดือดได้ง่ายๆ เหมือนน้ำมันที่รอการจุดระเบิดมันวิ่งรออยู่ในหัวของแกอยู่แล้ว บางทีคนคุยกันเสียงดัง เล่นเกม ฟังเพลง ถึงขั้นต่อลำโพง แกก็ไม่เคยว่าครับ แต่สัปดาห์ต่อมา แกดันโมโหซะงั้น ผมยังจำเหตุการณ์นั้นได้ดีเลย วันนั้นแกของขึ้น และจับกระเป๋าเพื้อนโยนไป ตุ๊กตาคอขาดเลย เป็น Stitch(จาก Lilo & Stitch: The Series)เสียด้วย ผมอึ้งไปเลยครับ สงสัยเม็นไม่มา อีกเรื่องคือ บางวันเด็กคุยกันเสียงดังจนผมหูแทบหนวก แกก็จะสอนไปแบบที่ไม่มีคนได้ยินแบบนั้น หรือบางวันเพิ่งจะเริ่มต้นคุยกัน(ตอนเริ่มคุยโดยธรรมชาติเสียงจะเบาก่อน) แกก็ไล่พวกนั้นไปหมดเลย GET OUT! GET OUT! และพาไปหาผู้ใหญ่ลี[1] ซึ่งต่อจากนั้นก็ไม่รู้ว่าเกิดอะไรขึ้นแล้ว
อีกตอนหนึ่งก็คือ ช่วงนั้นโรงเรียนมีการแลกเปลี่ยนเด็กจีนกันครับ เอาไทยไปจีน เอาจีนมาไทย ในเวลาไม่พร้อมกัน กล่าวคือ เอาคนไทยไปอยู่บ้านจีนก่อน แล้วเด็กจีนพวกนั้นก็มาอยู่บ้านเด็กไทยบ้าง และเป็นคลาสที่เด็กจีนต้องมาเรียนกับนันทนาสอนวิทยาศาสตร์นี่พอดี แล้ววันนั้นจารป้าแกก็กำลังของขึ้นอยู่ สุดท้ายก็ตะเพิดเด็กจีน ที่ฟังภาษาอังกฤษแทบจะไม่ออก(งง) ไปหมดเลย น่าสงสารมาก เพิ่งจะมาแท้ๆก็โดนไล่ละ โดยไม่ได้ทำอะไร
ช่วงสอบ... เอ ผมไม่รู้สึกจะมีความจำตอนสอบ science เลยแหะ สงสัยจะไม่ได้สอบ - -" จำได้ว่าเคยส่งงานไปสองสามครั้ง ช่วงสองเดือนแรกของปี เป็นงานเรื่องสิ่งมีชีวิตที่ฉันเลือก แต่ต่อจากนั้นก็เหมือนไม่ได้เจอกันเลย ก็ไม่รู้เหมือนกันว่าคนอื่นๆรู้สึกแบบนี้ป่าว ไปเรียนเหมือนไม่ได้เรียน ไปนั่งโม้กัน ฮ่าๆ
บางทีแกโมโหสุดๆ ถึงกับโทรตาม ผู้ใหญ่ลี[1]มาช่วยคุมเด็กเลยครับ แต่ก็นะ ไม่ได้ช่วยให้อะไรดีขึ้นเลย เพราะความสัมพันธ์ระหว่างผู้ใหญ่ลีกับนักเรียนมันยิ่งกว่า ลูกศิษย์กับครูครับ กิ๊กเหรอ ว้ายไม่ใช่ ด้วยฐานะที่เป็นครูใหญ่ เลยไม่ได้สอนหนังสือทำให้นานๆเจอแกที ประกอบกันการที่ผู้ใหญ่ลีเป็นครูใหญ่ใจดีด้วย ทำให้เด็กๆสนิทสนมกับแกมากๆ เพราะแบบนี้ การที่เอาผู้ใหญ่ลีมาช่วยดูแลการสอนก็ไม่เกิดประโยชน์หรือโทษหรืออะไรทั้งนั้นครับ เหมือนกับไม่มีอะไรเกิดขึ้นว่างั้น แถมเอาผู้ใหญ่ลีมา ยิ่งทำให้เด็กมีความสุข จะได้คุยเล่นหนุกหนานๆ
ในช่วงหลังๆมานี่ จารป้าแกไม่เคยสอนเลยด้วยซ้ำครับ เอาแต่แจกกระดาษ สงสัยแกคงจะเบื่อมากๆแล้ว เด็กบ้าอะไร มาโรงเรียน ค่าเทอมก็แพง มาก็ไม่เรียน เป็นผม.. ถึงไม่เป็นผม ผมเห็นผมก็เบื่อแล้วแหละ พ่อแม่เสียตังมาให้เรียน จ้างครูสอน ครูเป็นลูกจ้าง นักเรียนเป็นนายจ้าง แต่นายจ้างให้เงินลูกจ้างโดยไม่ให้ลูกจ้างได้ทำงาน ใครที่กำลังจะเป็นครู ผมแนะนำให้มาทำงานที่นี่เลยครับ รับรองสบายจริงๆ ไม่สอนก็ไม่มีคนว่า เหมือนอาจารย์ท่านนึง ซึ่งตอนนี้เป็น บุคคลปกปิด อยู่ ไว้จะเล่าให้ฟังในวันหน้า รอบนี้ PMM ต้องลาไปก่อน ไว้เจอกับใน blog หน้าครับผม
[1]พบกับบทความผู้ใหญ่ลี เร็วๆนี้
PMM เรียน Computer ที่โรงเรียน
อยู่มาวันหนึ่ง โรงเรียนของผมได้เห็นความสำคัญของคอมพิวเตอร์ จึงได้จัดวิชา Career and Technology เวอร์ชั่น Computer ขึ้นมาครับ ซึ่งเมื่อปีที่แล้ว รู้สึกคนสอนจะชื่อ ปิกาจู หรือไรเนี่ย แล้วต่อมาก็ชื่อ แมททิง อะไรโรนี่ๆ ไม่รู้ แต่ปีนี้สิครับ คนสอนเป็นหนุ่มเนื้อหอมไฟแรง ที่หมายตาของกลุ่มสาวประเภทสอง นาม "ประเสิด" ไม่รู้หรอก ภาษาไทยของคำๆ นี้สะกดยังไง เพราะเคยเห็นแต่ชื่อเป็นภาษาอังกฤษ อีกอย่าง อาจารย์ท่านนี้เวลาสอนจะพูดไทยไม่ได้(แต่ฟังได้นะ หมายถึง ถามไปภาษาไทยนี่ตอบกลับถูกต้อง รู้เรื่อง) ยกเว้นก็แต่ตอนด่าเด็ก ที่จะใช้ภาษาไทย จะได้ด่ากันรู้เรื่องมั้ง
ไฟของแกแรงจริงๆนะครับ จำได้เลยว่าเปิดเทอมมาวันแรกๆ ก็ลุยห้องคอมที่เพิ่งสร้างใหม่มาต้องรับแกโดยเฉพาะมั้ง เป็นคอมชุด Dell ทั้งหมด แต่ยังจอฟ้าอยู่บ้าง ไม่เป็นไรเห็นว่าเป็นโรงเรียน สัปดาห์ต่อมา ได้มีโอกาสไปเรียนกับแกอีก ทีนี้ผมก็เล่นเน็ตสิครับ ห้องคอมมันมีเน็ตก็เล่นซะ ไปๆมาๆ มีตัวหนังสือแดงๆ บอก Do your work ...แล้วผมก็ขาดการติดต่อกับหนูของผมไป อีกไม่กี่อึดใจ จอกลายเป็นสีขาวซะงั้น เห็นได้ชัดเจนเลยว่าใช้ NetOpStudent ชัวร์ๆ ก็เลยเริ่มคิดอะไรได้ อ้อ คอมพิวเตอร์ สอน Photoshop น่ะครับ และอย่างที่รู้คือ ผมน่ะศึกษาวิชา Photoshop มานานร่วม 5 ปีแล้ว จึง.. ไม่ได้เรียน นั่งเล่นเวป ออน msn และก็อย่างเคย จอขาวมาอีกแล้ว ฮ่าๆ
โอเค ผ่านพ้นไปแล้วสำหรับวิชา Photoshop เกรดทำได้ไม่ค่อยดี เพราะไม่ค่อยได้เรียน และนึกว่าตัวเองเทพแล้ว ก็เทพจริงแหละ แต่มันไม่ตรงจุดที่ได้คะแนน เด็กๆอย่าทำนะครับ เทพแล้วก็เทพไป แต่ก็ต้องเรียนด้วย เดี๋ยวเป็นแบบพี่ ต่อไปพี่แกสอน HTML ครับ ซึ่งเป็นอะไรที่มีประโยชน์กับ blog มากๆ และอย่างที่รู้กันอีกคือ ในฐานะคนที่ใช้คอมมากกว่า 12 ชั่วโมงต่อวัน มันต้องรู้ HTML มาบ้างอยู่แล้ว(และเชื่อว่าหลายๆท่านที่กำลังอ่านอยู่ก็ต้องรู้จัก แน่ๆ) จึงทำให้เกิดอาการ"เทพขี้เกียจเรียน"อีก ฮ่าๆ และในขณะนั้น ก็เหมือนจะได้รู้จักกับวิธีแก้โรคจอขาวแล้ว จะเป็นยังไง ต้องอ่านต่อไปครับ
มีอยู่อย่างหนึ่งที่นิยมกันในห้องคอมของประเสิด ก็คือ Frets On Fire ซึ่งก็คือผมเอง ที่เอาใส่ CD ไป และฝังไว้ใน HDD ซะ และเริ่มโยนไปไว้ที่ไดร์ฟ Z ซึ่งเป็นไดร์ฟที่เอาไว้ส่งงานเด็กนั่นแหละ ฮ่าๆ มันเลยแพร่กระจายเร็วสุดๆ และในที่สุดวันที่ผมภาคภูมืใจมากที่สุดก็มาถึง ก็คือวันนั้น เดินเข้าห้องคอม เจอเด็กน้อยเด็กโตเด็กมหาลัย นั่งเล่นกับเต็มห้อง เหมือนร้านเกมเลย ผมซึ้งน้ำตาร่วงเลย เพราะมันเป็นเกมที่ผมเป็นคนเอามา และไม่เคยบอกใคร(ปิดทองหลังพระ) บอกที่นี่ที่แรก และหลังจากวันนั้นเป็นต้นมา รู้สึกคีย์บอร์ด Dell มันจะวางแ้ล้วกระดกๆยังไงไม่รู้ ก็ลองคิดดู เล่นกีต้าร์นะครับ ด้วยคีย์บอร์ด มันต้องมีแรงกดเป็นธรรมดา สนุึกสนานกันไปครับ
ความสนุกยังไม่สุดแค่นั้น เพราะผมได้เอา soldat ไปฝังไว้อีก แต่รู้สึกจะไม่เป็นที่นิยมเท่า Frets on Fire สงสัยเด็กเบื่อแล้ว เลยเล่นกันแค่สี่คนในวงแลน ใครแพ้เลี้ยงไอติมแห้ง
กลับมาที่คาบเรียน ขณะที่ผมเขียน HTML อยู่นั้น ก็จะมีเสียงตลอดเลย "จารย์ขา ล๊อคคอมหนูทำไม" "จารขา ทำไมจอแดง" "เห้ย ไอ้เหี้ย เม้าส์กูขยับเอง" แล้วก็จะมีเสียงใหญ่ๆตอบกลับดังๆว่า "You're just playing Hi5 " "No, Don't play games. Stop itๆ" ฯลฯ ที่สังเกตุได้คือ พัฒนาจากจอขาวเป็นจอแดงแล้ว เขียนประมาณว่า "ห้ามกินขนม ห้ามเล่นเกม ห้ามเปิดเวป ห้ามออน msn แอนด์ดููยัวร์เวิร์ค" จนในที่สุดผมทนไม่ได้ เอามือเอื้อมไป unplug ตัว Powersupply แล้วยัดเข้าใหม่ คอมร้องตี๊ด จากนั้น ตรงนี้สำคัญมาก รอให้คอมติด และไป disable ตัว LAN ซะ จบข่าวครับพี่น้อง สบายยย ทำงานได้อย่าอิสระไม่มีคนมาคอยแอบดู ถึงทำแบบนี้จะเป็นการตัดการติดต่อกับโลกภายนอกด้วย เล่นเน็ตไม่ได้ แต่ก็ไม่ใช่ปัญหา เพราะผมได้ตุนเกมนามสกุล .swf ไv้มากมายใน USB Portable Storage Device โชคดีทีคอมโรงเรียนมาโปรแกรม Flash 8 อยู่แล้ว เลยสามารถเปิด .swf ได้สบายๆ ไม่ต้องพึ่ง browser และเกมของผมไม่ใช่เกมธรรมดาๆ ที่หาได้ทั่วไป เป็นเกมจาก Newgrounds.com ซะอีก ซึ่งเป็นเวปแฟรชที่ดีที่สุดในโลกแล้ว เขาให้ Concept ว่า "Everything By Everyone" มีระบบ Portal ครับ คือให้คนส่ง submission(ผลงานของตัวเอง) ได้เรื่อยๆ ซึ่งแต่ละคนมันก็สุดๆทั้งนั้น เพราะเวปนี้มีรางวัลประจำปีให้ด้วย สำหรับแฟรชที่คนเข้าไปดู/เล่น เยอะๆ ผมเลยใช้หมาย่าง DownThemAll โหลดๆๆๆ แหลก ตอนนี้ตุนได้ 100กว่าเม็กแล้วครับ ค่อยๆอัพเดทสะสมมาเรื่่อยๆ อาทิตย์นึงเพิ่มสามสี่เกมอะไรแบบนี้ พอเำพื่อนเห็นผมเล่น แน่นอน ต้องอยากเล่นบ้าง ผมก็เลยจัดโยนเกมลงไปในไดร์ฟส่งงานของอาจารย์ประเสิดเลย(เหมือนที่ทำกับ Frets on fire นั่นแหละ) เพื่อตัดปัญหาการจราจล(ต่อยกันแย่ง usb ฮ่าๆ) และอัพเดททุกอาทิตย์กันคนเบื่อด้วย เพราะงั้นตอนนี้ ถึงคุณจะห้ามเราเล่น จะล๊อคยังไง มันไม่ผลแล้วในตอนนี้ ฮ่าๆ (มีวิธีแบบไม่ต้องตัดเน็ตและไม่โดนล๊อคด้วยนะ แต่ไม่อยากจะบอก ฮ่าๆ แบบว่ามันงงๆนิดหน่อย)
พอก่อนละกัน เดี๋ยว PMM ซวย 555+
ไฟของแกแรงจริงๆนะครับ จำได้เลยว่าเปิดเทอมมาวันแรกๆ ก็ลุยห้องคอมที่เพิ่งสร้างใหม่มาต้องรับแกโดยเฉพาะมั้ง เป็นคอมชุด Dell ทั้งหมด แต่ยังจอฟ้าอยู่บ้าง ไม่เป็นไรเห็นว่าเป็นโรงเรียน สัปดาห์ต่อมา ได้มีโอกาสไปเรียนกับแกอีก ทีนี้ผมก็เล่นเน็ตสิครับ ห้องคอมมันมีเน็ตก็เล่นซะ ไปๆมาๆ มีตัวหนังสือแดงๆ บอก Do your work ...แล้วผมก็ขาดการติดต่อกับหนูของผมไป อีกไม่กี่อึดใจ จอกลายเป็นสีขาวซะงั้น เห็นได้ชัดเจนเลยว่าใช้ NetOpStudent ชัวร์ๆ ก็เลยเริ่มคิดอะไรได้ อ้อ คอมพิวเตอร์ สอน Photoshop น่ะครับ และอย่างที่รู้คือ ผมน่ะศึกษาวิชา Photoshop มานานร่วม 5 ปีแล้ว จึง.. ไม่ได้เรียน นั่งเล่นเวป ออน msn และก็อย่างเคย จอขาวมาอีกแล้ว ฮ่าๆ
โอเค ผ่านพ้นไปแล้วสำหรับวิชา Photoshop เกรดทำได้ไม่ค่อยดี เพราะไม่ค่อยได้เรียน และนึกว่าตัวเองเทพแล้ว ก็เทพจริงแหละ แต่มันไม่ตรงจุดที่ได้คะแนน เด็กๆอย่าทำนะครับ เทพแล้วก็เทพไป แต่ก็ต้องเรียนด้วย เดี๋ยวเป็นแบบพี่ ต่อไปพี่แกสอน HTML ครับ ซึ่งเป็นอะไรที่มีประโยชน์กับ blog มากๆ และอย่างที่รู้กันอีกคือ ในฐานะคนที่ใช้คอมมากกว่า 12 ชั่วโมงต่อวัน มันต้องรู้ HTML มาบ้างอยู่แล้ว(และเชื่อว่าหลายๆท่านที่กำลังอ่านอยู่ก็ต้องรู้จัก แน่ๆ) จึงทำให้เกิดอาการ"เทพขี้เกียจเรียน"อีก ฮ่าๆ และในขณะนั้น ก็เหมือนจะได้รู้จักกับวิธีแก้โรคจอขาวแล้ว จะเป็นยังไง ต้องอ่านต่อไปครับ
มีอยู่อย่างหนึ่งที่นิยมกันในห้องคอมของประเสิด ก็คือ Frets On Fire ซึ่งก็คือผมเอง ที่เอาใส่ CD ไป และฝังไว้ใน HDD ซะ และเริ่มโยนไปไว้ที่ไดร์ฟ Z ซึ่งเป็นไดร์ฟที่เอาไว้ส่งงานเด็กนั่นแหละ ฮ่าๆ มันเลยแพร่กระจายเร็วสุดๆ และในที่สุดวันที่ผมภาคภูมืใจมากที่สุดก็มาถึง ก็คือวันนั้น เดินเข้าห้องคอม เจอเด็กน้อยเด็กโตเด็กมหาลัย นั่งเล่นกับเต็มห้อง เหมือนร้านเกมเลย ผมซึ้งน้ำตาร่วงเลย เพราะมันเป็นเกมที่ผมเป็นคนเอามา และไม่เคยบอกใคร(ปิดทองหลังพระ) บอกที่นี่ที่แรก และหลังจากวันนั้นเป็นต้นมา รู้สึกคีย์บอร์ด Dell มันจะวางแ้ล้วกระดกๆยังไงไม่รู้ ก็ลองคิดดู เล่นกีต้าร์นะครับ ด้วยคีย์บอร์ด มันต้องมีแรงกดเป็นธรรมดา สนุึกสนานกันไปครับ
ความสนุกยังไม่สุดแค่นั้น เพราะผมได้เอา soldat ไปฝังไว้อีก แต่รู้สึกจะไม่เป็นที่นิยมเท่า Frets on Fire สงสัยเด็กเบื่อแล้ว เลยเล่นกันแค่สี่คนในวงแลน ใครแพ้เลี้ยงไอติมแห้ง
กลับมาที่คาบเรียน ขณะที่ผมเขียน HTML อยู่นั้น ก็จะมีเสียงตลอดเลย "จารย์ขา ล๊อคคอมหนูทำไม" "จารขา ทำไมจอแดง" "เห้ย ไอ้เหี้ย เม้าส์กูขยับเอง" แล้วก็จะมีเสียงใหญ่ๆตอบกลับดังๆว่า "You're just playing Hi5 " "No, Don't play games. Stop itๆ" ฯลฯ ที่สังเกตุได้คือ พัฒนาจากจอขาวเป็นจอแดงแล้ว เขียนประมาณว่า "ห้ามกินขนม ห้ามเล่นเกม ห้ามเปิดเวป ห้ามออน msn แอนด์ดููยัวร์เวิร์ค" จนในที่สุดผมทนไม่ได้ เอามือเอื้อมไป unplug ตัว Powersupply แล้วยัดเข้าใหม่ คอมร้องตี๊ด จากนั้น ตรงนี้สำคัญมาก รอให้คอมติด และไป disable ตัว LAN ซะ จบข่าวครับพี่น้อง สบายยย ทำงานได้อย่าอิสระไม่มีคนมาคอยแอบดู ถึงทำแบบนี้จะเป็นการตัดการติดต่อกับโลกภายนอกด้วย เล่นเน็ตไม่ได้ แต่ก็ไม่ใช่ปัญหา เพราะผมได้ตุนเกมนามสกุล .swf ไv้มากมายใน USB Portable Storage Device โชคดีทีคอมโรงเรียนมาโปรแกรม Flash 8 อยู่แล้ว เลยสามารถเปิด .swf ได้สบายๆ ไม่ต้องพึ่ง browser และเกมของผมไม่ใช่เกมธรรมดาๆ ที่หาได้ทั่วไป เป็นเกมจาก Newgrounds.com ซะอีก ซึ่งเป็นเวปแฟรชที่ดีที่สุดในโลกแล้ว เขาให้ Concept ว่า "Everything By Everyone" มีระบบ Portal ครับ คือให้คนส่ง submission(ผลงานของตัวเอง) ได้เรื่อยๆ ซึ่งแต่ละคนมันก็สุดๆทั้งนั้น เพราะเวปนี้มีรางวัลประจำปีให้ด้วย สำหรับแฟรชที่คนเข้าไปดู/เล่น เยอะๆ ผมเลยใช้หมาย่าง DownThemAll โหลดๆๆๆ แหลก ตอนนี้ตุนได้ 100กว่าเม็กแล้วครับ ค่อยๆอัพเดทสะสมมาเรื่่อยๆ อาทิตย์นึงเพิ่มสามสี่เกมอะไรแบบนี้ พอเำพื่อนเห็นผมเล่น แน่นอน ต้องอยากเล่นบ้าง ผมก็เลยจัดโยนเกมลงไปในไดร์ฟส่งงานของอาจารย์ประเสิดเลย(เหมือนที่ทำกับ Frets on fire นั่นแหละ) เพื่อตัดปัญหาการจราจล(ต่อยกันแย่ง usb ฮ่าๆ) และอัพเดททุกอาทิตย์กันคนเบื่อด้วย เพราะงั้นตอนนี้ ถึงคุณจะห้ามเราเล่น จะล๊อคยังไง มันไม่ผลแล้วในตอนนี้ ฮ่าๆ (มีวิธีแบบไม่ต้องตัดเน็ตและไม่โดนล๊อคด้วยนะ แต่ไม่อยากจะบอก ฮ่าๆ แบบว่ามันงงๆนิดหน่อย)
พอก่อนละกัน เดี๋ยว PMM ซวย 555+
PMM เรียน Economy ที่โรงเรียน

รู้ๆกันอยู่ว่าวิชา Economy(เศรษฐศาสตร์) มีความจำเป็นมากๆๆๆ ในการที่จะดำรงชีวิตต่อไป เพราะจะทำให้เรารู้หลายๆด้าน เช่นการกำหนดราคา กลุ่มเป้าหมาย ฯลฯ
แต่ปัญหามันมีอยู่ว่า อาจารย์ที่สอนที่ชื่อ Anthony Hall(icopter) -อ้างชื่อไปเลยละกัน เค้าแรงจริง
แกสอนได้สุดยอดมากๆครับ โดยหลังการสอนของแกนั้นง่ายมาก จากการวิเคราะห์ของผม แกใช้หนังสือ Economics for Dummies
เพราะเห็นแกเดินหน้าเครียดๆถือไปถือมา และอีกคำพูดที่เขาเคยคุยให้ผมฟังว่า วิชานี้มีแต่คำศัพท์ยากๆ ทำให้นักเรียนเสียสมาธิในการเรียน จากครูไปคนข้างๆแทน(ผมเรียนเป็นภาษาอังกฤษน่ะครับ) แกเลยไปนั่งพิมพ์ในภาษาแบบวัยรุ่นๆของแกเอง ซึ่งหน้าๆนึง สำหรับผมจะมีคำที่ไม่เข้าใจซักสามคำเท่านั้น แต่มันก็แค่รู้คำแปล ไม่ใช่ เข้าใจบทเรียนนี่นา
วิธีการสอนของแกง่ายมากๆครับ คือตอนเปิดเทอมมาแกแจกแฟ้มพร้อมสันชนิดสอดๆถอดๆใส่ๆได้ และทุกๆ ชั่วโมงที่เรียน จะได้กระดาษมายัดใส่แฟ้มไว้ คลาสนึงประมาณสองแผ่น วิธีที่แกสอนก็คือ สอนด้วยการอ่านกระดาษของแก(อันเดียวกับที่แจกเด็ก) และอธิบายบน blackboard (ที่ไม่ใช้ white เพราะแกบอกเหม็น อีกอย่างทำเสียงเสียวๆไม่ได้้ด้วย)นานๆจะถามทีนึงครับ และวันดีคืนดี แกก็จะบอกว่าจะมีสอบเก็บคะแนนในคาบต่อไป ซึ่งเป็นที่น่า...... ตกใจเหรอ ป่าวเลย พวกผมและผองเพื่อนไม่เคยตกใจให้กับเรื่องเกี่ยวกับคะแนน ฮ่าๆ อยากที่ผมบอกไป เพราะช่องที่เขียนคำตอบแกก็ให้มาเป็นหน้าๆเหมือนกัน
เพราะแกน่ะใจดีมากๆครับ ให้ open book ด้วย ไม่ใช่ book ดิ่ sheets ข้อสอบแกก็เลยไม่ยากเท่าไหร่ เพราะมีคำตอบในกระดาษที่แจกมาหมดแล้วครับ ถ้าใครรักษาของดีๆก็จะได้คะแนนแบบชิลๆ แต่บางทีข้อสอบแกก็มาแบบงงๆด้วยครับ เช่นถามกว้างๆ แล้วให้เราสรุปตอบ ถ้าอ่านไม่เข้าใจเรื่อง ก็ต้องลอกไปหมดทั้งย่อหน้าเลย อะไรแบบนั้น (สอบเสร็จแล้วก็จะไปตรวจและแจกคืนเอาไปหนีบไว้ตามภาพ)

ตอนนี้หลายท่านอาจสงสัย ว่าตอนสอบจริงๆ ที่สอบในห้องสอบจะเป็นยังไง ไม่ต้องกังวลครับ ทั้งสอบ mid term และ final ก็ open sheets กันหมดเลย ปัญหาจริงๆอยู่ที่ O-Net มากกว่า ฮ่าๆ
เพราะแกน่ะใจดีมากๆครับ ให้ open book ด้วย ไม่ใช่ book ดิ่ sheets ข้อสอบแกก็เลยไม่ยากเท่าไหร่ เพราะมีคำตอบในกระดาษที่แจกมาหมดแล้วครับ ถ้าใครรักษาของดีๆก็จะได้คะแนนแบบชิลๆ แต่บางทีข้อสอบแกก็มาแบบงงๆด้วยครับ เช่นถามกว้างๆ แล้วให้เราสรุปตอบ ถ้าอ่านไม่เข้าใจเรื่อง ก็ต้องลอกไปหมดทั้งย่อหน้าเลย อะไรแบบนั้น (สอบเสร็จแล้วก็จะไปตรวจและแจกคืนเอาไปหนีบไว้ตามภาพ)

ตอนนี้หลายท่านอาจสงสัย ว่าตอนสอบจริงๆ ที่สอบในห้องสอบจะเป็นยังไง ไม่ต้องกังวลครับ ทั้งสอบ mid term และ final ก็ open sheets กันหมดเลย ปัญหาจริงๆอยู่ที่ O-Net มากกว่า ฮ่าๆ
หลังจากได้เรียน ได้สอบกันไปแล้ว ทีนี้ผลตอบรับนักเรียนเป็นยังไงมั่ง คือ เรื่องมันเป็นแบบนี้ครับ
- ในระหว่างคาบเรียน จะมีคนนั่งโม้กัน 50%
- ในระหว่างคาบเรียน จะมีคนเล่น PSP ถึง 20%
- ในระหว่างคาบเรียนอีก 10% นั่งฟัง mp3 ดู mp4 ยิง mp5 ว่าไป
- และอีก 15% นอนหลับลงไปบนโต๊ะ (เดาเอาว่าพยายามจะเรียนแต่วิชาพาง่วง)
- 5% ที่เหลือน่ะเหรอ.... นั่งแต่งหน้าครับ
- เรียน 0% ฮ่าๆ
อาจารย์ท่านนี้แกเป็นคนชอบดูนกม๊ากมากครับ ชอบเป็นชีวิตจิตใจ ผมเคยขนหนังสือ shutter photography ไปทายชื่อนกแก ยังตอบได้หมดเลย แกเคยเป็นผู้ก่อตั้งชมรม(ร้าง) ชื่อ Bird Watching ด้วย เท่ห์ซะ แต่ก็นะ มันร้างอ่า
น่าจะพอได้แล้วสำหรับ blog นี้ เดี๋ยวจะมีคนมาว๊ากเอา ว่าเขียนบ้าไรอ่านไม่เข้าใจ กระแดะใช้ภาษาอังกฤษ
สมัครสมาชิก:
บทความ (Atom)
