วันพุธ, ตุลาคม 29, 2551

ใช้ css เพิ่มสีสันให้กับจุดหรือ Bullet Points ของรายการ หรือ list.

การใช้รายการ หรือ list เป็นที่นิยมกันอย่างแพร่หลายในหมู่นักเขียนเว็บครับ เพื่อทำให้การเขียนเป็นไปอย่างมีระบบ ซึ่งหลายท่านอาจจะยังไม่รู้และอาจไม่รู้จัก เรามาทำความรู้จักกันครับ

ถ้าหากท่านยังไม่รู้จักกับโค๊ด
<ul> <ol> <li> แนะนำให้ไปอ่านที่นี่ก่อนครับ
  • รายการ
  • รายการ
  • รายการ
ทีนี้ตามที่เห็น คือของผมมันเป็นจุดสีฟ้า ซึ่งปกติแล้วจะเป็นจุดสีดำแบบนี้ ● วิธีเปลี่ยนก็คือนำโค๊ด


/* List bullets */
li {
list-style-image: url(
รูปจุด/bullet ของคุณ);
}

ไปใส่ไว้ใน CSS ครับ ซึ่งก็แล้วแต่ระบบของแต่ละ blog ว่าใส่กันอย่างไร แต่ไม่ยาก เพราะมันแค่การวางไว้เฉยๆครับ

ตัวอย่างรูปของผมคือ


/* List bullets */
li {
list-style-image: url(
http://lh6.ggpht.com/pin14260/SQfhIofwmzI/AAAAAAAAAc8/yTdssrcsATg/bullet.gif);
}


เพียงแค่นี้ท่านก็จะได้จุดหรือ Bullet Points สวยๆมาไว้ใช้แล้วล่ะครับ

วันพุธ, ตุลาคม 15, 2551

การตกแต่งคลิปวิดีโอที่อัดจากเว็บแคมด้วย Windows Movie Maker

หลังจากที่เราได้อัดคลิปวิดีโอด้วยเว็บแคมของเราตามบทความ การอัด webcam ด้วย Windows Movie Maker ที่มากับ Windows XP เสร็จเรียบร้อยแล้ว เราจะได้คลิปวิดีโอที่ต้องการอยู่ในหน้าต่างของ Windows Movie Maker ด้วยครับ(ต่อไปจะเรียก WMM) ถ้าเรายังไม่ได้ปิดไปก่อนนะครับ

เริ่มต้นคือเราต้องทำให้คลิปของเราเข้าไปอยู่ในหนังก่อนครับ โดยการลากจากในส่วนของ Collection เข้าไปอยู่ใน Timeline หรือ Storyboard ครับ ลากตามภาพครับ

เสร็จแล้วกดที่ Show Timeline(หรือถ้าเป็นอยู่แล้วก็ไม่ต้องกด) ครับ

เพียงเท่านี้เราก็ได้หนังเราพร้อมเซฟแล้วครับ แต่เราทำต่อไปให้มากกว่านั้นก็ได้ คลิปผมเป็นคลิปปั่นปากกา โดยที่จะฉายภาพปั่นไปรอบแรก เสร็จแล้วก็ปั่นอีกที แต่เป็นแบบ slow โดยใช้คลิปตัวเดียวกัน ผมเลยต้องลากคลิปเดิมลงไปใน Timeline ต่อกันอีกทีครับ

หลังจากนั้นผมก็จะหั่นส่วนที่ไม่ต้องการออกครับ ตามภาพครับ



เสร็จแล้วผมก็จะเลือกส่วนที่ต้องการทำเอฟเฟค โดยการคลิกขวาที่คลิป จากนั้นเลือก Video Effects... แล้วก็เลือกได้ตามต้องการครับ ซึ่งการสั่งเอฟเฟคจากตรงนี้ ทำให้เราใช้ซ้อนกันหลายๆอันได้ครับ

หลังจากได้เอฟเฟคตามต้องการ และตัดต่อคลิปอะไรต่างๆเสร็จเรียบร้อยแล้ว ต่อไปที่ขาดไม่ได้ก็คือการใส่ตัวหนังสือ(Title) ครับ ซึ่งวิธีการก็ไม่ได้ยากอะไร โดยการไปที่คำสั่ง Tools>Title and credits...

ทีนี้จะมีตัวเลือก...
  • Add title at the beginning of the movie. - ใส่ตัวหนังสือก่อนจะเริ่มฉายหนัง
  • Add title before the selected clip - ใส่ตัวหนังสือก่อนคลิปที่เลือกไว้ (ที่ลากมาจากด้านบน หรือ Collection)
  • Add title on the selected clip - ใส่ตัวหนังสือลงไปบนคลิปที่เลือกไว้ (มันจะทับคลิปครับ)
  • Add title after the selected clip - ใส่ตัวหนังสือหลังไว้ทีหลังคลิปที่เลือกไว้
  • Add credits at the end of the movie. - ใส่เครดิืทส์ในตอบจบของหนัง
แค่นี้ครับ แล้วเราก็สามารถปรับแต่งสีและลักษณะตัวหนังสือรวมไปถึงสีพื้นหลังได้ครับ โดยหลังจากเราเลือกไปแล้ว ถ้ากด Change the title animation หมายถึง เปลี่ยนลักษณะการนำเสนอของตัวอักษร และ Change the text font and color คือเปลี่ยนสีและเปลี่ยนฟ้อนท์ และหลังจากกดปุ่มใดปุำมหนึ่งไปแล้ว จะมี Edit the title text.. คือเปลี่ยนว่าเราจะพิมพ์อะไรครับ เมื่อทำทุกอย่างเสร็จแล้วกด Done, add title to movie เพียงเท่านี้เราก็ได้ตัวหนังสือตามต้องการแล้วครับ

เสร็จจากนั้น เวลาที่คลิปมันเปลี่ยน มันก็เปลี่ยนซะดื้อๆ ไม่สวยงามเท่าไหร่ มีวิธีแก้ได้ก็คือกดเปลี่ยนจาก Timeline เป็นโหมด Storyboard ก่อนครับ (โดยกดที่ Show Storyboard)

เสร็จแล้วกดที่ Tools>Video Transition... แล้วเลือกตามชอบเลยครับ โดยกดปุ่ม play(รูปสามเหลี่ยม)ด้านขวาเพื่อดูตัวอย่าง เมื่อเลือกได้ตามต้องการแล้ว ก็ลากลงไปใส่ที่ Storyboard ได้เลย ตามภาพครับ



หลังจากทำเสร็จทุกอย่างจริงๆแล้ว ต่อไปก็ต้องทำให้ตอนเปิดกับตอนปิดมันสวนงามโดยการเฟด(Fade)ครับ โดยคลิกขวาที่คลิปแรกเลือก Fade In... และคลิกขวาที่คลิปสุดท้ายใน Storyboard เลือก Fade out

เสร็จแล้วคลิก File>Save Movie File... แล้วเลือก My Computer จากนั้นเลือกเป้าหมายโฟลเดอร์ที่จะเซฟไว้ กด next และเลือกเป็น other > Broadband 150Kbps เหมือนเดิมครับ ถ้าไม่มีให้กด Show more choices.

เพียงแค่นี้เราก็จะได้ไฟล์นั้นมาแล้วครับ


นี่คือคลิปที่ได้

การอัด เว็บแคม (webcam) ด้วย Windows Movie Maker ที่มากับ Windows XP

หลายๆท่านที่ซื้อคอมพิวเตอร์แบบพกพา ส่วนใหญ่จะมีเว็บแคมแถมมาด้วย ซึ่งส่วนมากนั้นมาเปล่าๆ ไม่มีโปรแกรมที่ใช้งานร่วมกันติดมาด้วย เนื่องจากมันใช้งานได้ด้วยตัวของมันเองไม่ต้องลงอะไรให้หนักเครื่อง แต่ปัญหาคือเราจะอัดยังไง? เพราะไม่มีโปรแกรมอัดหรืออะไรมาเลย

เรามาเริ่มต้นกันง่ายๆด้วยโปรแกรมเบๆ Windows Movie Maker ซึ่งได้แถมมากับ Windows XP อยู่แล้วครับ

เริ่มต้นจากการเปิดโปรแกรม โดยปกติจะอยู่ที่ Start>All Programs เฉยๆ แต่ถ้าไม่มีอาจแปลว่าไม่ได้ติดตั้งไว้ครับ ถ้าหากท่านไม่มีให้ดาวน์โหลดได้ที่นี่

เมื่อมาถึงหน้าโปรแกรมแล้ว ให้ไปที่คำสั่ง File>Capture Video

หลังจากนั้นเลือก USB Video Device (อาจเป็นชื่ออื่นถ้าไม่มี) พร้อมเลือกเป็นไมโครโฟนด้วย แล้วกด next

เสร็จแล้วตั้งขื่อ พร้อมเลือกเป้าหมายโฟลเดอร์ที่จะบันทึกไฟล์ครับ

โอเค ในขั้นตอนนี้ ผมแนะนำให้เลือก Other แล้วก็ในแถบเลือก Video for broadband (512 Kbps) หรือถ้าอยากจะเอาไปอัพโหลดตาม Youtube ก็เลือกแค่ (150 Kbps) ได้ครับ จะได้โหลดกันเร็วๆ แต่ถ้าเราเลือก Best Quality for playback on my computer ก็อาจจะใหญ่และชัดเกินไปครับ เพราะเว็บแคมนั้นส่วนมากจะมีขนาดใหญ่สุดแค่ 320x240 pixels แต่ตัวนี้จะเป็น 640x480 pixels และที่เป็น Video for broadband ก็คือ 320x240 พอดีครับ แต่ถ้ากะอัดไปเพื่อไรท์เป็น VCD ก็ใช้ Best Quality for playback on my computer จะเหมาะสมกว่า

เสร็จแล้วกด next ดูตาม steps ที่เค้าให้มาครับ กด Start Capture เพื่อเริ่มการอัด และกด Stop Capture เมื่อต้องการหยุดการอัด คุณสามารถทำแบบนี้หลายๆรอบก็ได้ แล้วจะได้มาหลายคลิปในงานเดียวกัน ซึ่งเราจะมาดูกันต่อไป

แค่นี้เราก็ได้ไฟล์คลิปที่อัดแล้วครับ มันจะอยู่ในโฟลเดอร์ที่เราเลือกไว้ตอนแรกครับ เมื่อได้คลิปที่ต้องการแล้วเราก็ออกจากโปรแกรมได้เลย และไม่ต้องเซฟครับ


เราอาจมาแต่งเสริมปรุงรสให้กับคลิปของเราได้อีกนิดหน่อย... ต่อใน การตกแต่งคลิปวิดีโอที่อัดจากเว็บแคมด้วย Windows Movie Maker ครับ

วันจันทร์, ตุลาคม 06, 2551

Tortured (2008) หนังต้นทุนต่ำอีกเรื่องที่คุณไม่ควรพลาด!

เรื่อง Tortured (2008) ชื่อไทย เค้นโหด โคตรมือปราบสองหน้า
กำกับและเขียนบทโดย Nolan Lebovitz ได้นำเสนอเรื่องในอารมณ์ที่เราคุ้นเคยกันอยู่แล้ว พระเอกเป็น FBI จิมมี่ วาฟน์ ปลอมตัวไปอยู่กับองกรณ์อาชญากรรม และทำทุกวิถีทางเพื่อให้ซิกกี้(หัวหน้าองกรณ์)ไว้วางใจเขา เพื่อจะได้สืบหาข้อมูลในการจัดการกับองกรณ์ และซิกกี้ได้สั่งให้จิมมี่เค้นความจริงจากกรีน นักบัญชีส่วนตัวของซิกกี้เนื่องจากกรีนขโมยเงินของซิกกี้ไป โดยที่ซิกกี้นั้นสั่งการจิมมี่ทางโทรศัพท์ แต่จิมมี่นั้นไม่ค่อยจะเชื่อว่ากรีนเป็นคนทำจริงๆ อย่างไรก็ตาม จิมมี่ต้องจำใจทำ เพื่อให้ได้รับความไว้วางใจจากซิกกี้ถึงมากที่สุด และเพื่อเขาจะได้ล้มล้างองกรณ์ของซิกกี้ได้

แต่ไม่ใช่แค่นั้น หนังเรื่องนี้ได้ฉายภาพแห่งความน่ากลัวและทรมาน ดูๆแล้วอาจจะเหมือนเนื้อเรื่องของหนังทั่วๆไป ที่อาจจะคาดเดากันได้ง่ายๆ แต่ไม่เลยครับ ขอบอกว่าคนเขียนบทเรื่องนี้สุดยอดมากๆ แม้ว่าจะเป็นหนังต้นทุนต่ำ (ไม่ฉายโรง)แต่ก็ได้เก็บรายละเอียดในการแสดงถ่ายทอดอารมณ์และเนื้อเรื่องไว้อย่างดีมากถึงมากที่สุด ไม่ทำให้ผู้ชมผิดหวังแน่นอน โดยเฉพาะฉากที่จิมมี่ทรมานกรีนด้วยวิธีสารพัดจะสรรหา ไม่ว่าจะเป็น ถอนเล็บ จับขึงโซ่ เผาขา ไฟช๊อต และอะไรต่างๆมากมาย โดยที่จิมมี่นั้นทำไปแบบฝืนใจเพราะเขาคิดว่ากรีนบริสุทธิ์ และตัวละครอื่นๆในหนังเรื่องนี้ ก็เหมือนจะมีความลับกันทุกคนไป เช่นพ่อของจิมมี่ ผู้ซึ่งเป็นหัวหน้าFBI และกรีนที่เหมือนจะเป็นแค่นักบัญชีธรรมดาๆ

หนังเรื่องนี้ไม่ได้ดำเนินเรื่องตามลำดับเวลาเหมือนหนังปกติทั่วไป แต่จะฉายภาพย้อนเวลาตั้งแต่ตอนจิมมี่เสนอตัวเข้าองกรณ์ สลับการการทรมานกรีนของจิมมี่ ซึ่งค่อนข้างมีความคล้ายคลึงกันไม่น้อย ตามความเห็นของPMMหนังเรื่องนี้นำเสนอความน่ากลัวและทรมานได้สมเหตุสมผลดี ไม่ได้ทรมานกันแบบไร้สารถเหมือนหนังซาดิสม์ และความสมจริงของเนื้อเรื่องก็เป็นไปได้ในชัวิตจริงครับ และที่ผมชอบมากๆคือบุคคลที่เล่นเป็นกรีน (ลอแลนซ์ ฟิชเบิร์น) -เคยแสดงมอเฟียสจากแมกทริกซ์ทั้งสามภาค ที่แสดงเป็นมิสเตอร์กรีน คนธรรมดาๆได้อย่างเนียนมากๆครับ เพราะปกติจะมีแต่บทใหญ่ๆเช่นหัวหน้า(อย่างมอเฟียส)

เนื่องจากเป็นหนังต้นทุนต่ำ ดังนั้นจังไม่ค่อยมีอะไรที่เป็นความยิ่งใหญ่อลังการ เหมือนกับที่เป็นที่นิยมในตลาดหนังทั่วไป แต่หนังเรื่องนี้ถึงจะต้นทุนต่ำ แต่คุณภาพนั้นไม่ต่ำเลยครับ และจะมีปมปัญหาแบบที่คนดูไม่คาดฝันมาตลอด ตอนที่ดูแรกๆก็เหมือนจะรู้ว่าอะไรจะเกิดต่อไป แล้วมันก็เป็นแบบนั้นมาเรื่อยๆ แต่ท้ายที่สุดทุกอย่างที่คนดูนั้นได้คาดเดาไว้ ผิดและพังทลายจนหมดครับ นับว่าเป็นหนังน่าดูอีกเรื่องที่ PMM ได้แนะนำครับ

ถ้าคุณชอบหนังอาชญากรรม ผู้ร้าย มาเฟีย ตำรวจ และการสอบปากคำด้วยการทรมาน คุณต้องชอบเรื่องนี้แน่ๆครับ รับรองได้




เอา MEMO ไปเลย 4 อันครับ PinMEMO ชอบมาก ควรค่าแก่การเก็บไว้ใน MEMOry

tags: Movie Review

วันอาทิตย์, ตุลาคม 05, 2551

ย้อนความหลังกับเกม Wolfenstein 3D -1992(freeware)

เมื่อซักประมาณ สิบกว่าปีที่แล้ว... สมัยที่ผมยังใช้DOSอยู่ จำได้ว่าคุณพ่อเคยเอาเกมมาให้เล่นเกมหนึ่ง ซึ่งเป็น First-Person-Shooting เกมแรกที่ผมได้รู้จัก ชื่อ Wolfenstein 3D เนื้อหาเกี่ยวกับสายลับเข้าไปถล่มปราสาทของนาซี ตอนจบมีบอสเป็น Hitler เสียด้วย ซึ่งผมเห็นภาคใหม่ของเกมนี้ออกมาเลยสงสัยในอดีตของตัวเองว่าเล่นเกมอะไรไป แล้วก็ค้นคว้าไปเรื่อยๆจนพบว่าเป็นเกมต้นแบบของ FPS ด้วยครับ เสร็จแล้วก็อยากเล่น แต่คอมพ์สมัยนี้เล่นเกมโบราณไม่ได้แล้ว เลยลองไป google ดูได้เจอที่เล่นบน xp ได้

ในเนื้อเรื่องเกม เรารับบทเป็นสายลับของฝ่ายพันธมิตร ที่โดนนาซีจับขังไว้ที่ปราสาท
แล้วก็เล่นจนหนีออกมาได้ จากนั้นก็เจออะไรต่อมิอะไรอีกมากมาย เช่นกองทัพซอมบี้ ฮิตเล่อ หมาเชฟเฟิร์ดระโดดเข้าใส่

โฉมหน้า Hitler

ในการเล่น แค่ใช้ลูกศร ขึ้นลง-ซ้ายขวา กด
ctrl เพื่อยิง alt เพื่อเดิน shift เพื่อวิ่ง และ space เพื่อเปิดประตู (สามารถตั้งเองในเกมได้) และพอเล่นไปเรื่อยๆเราก็จะเคลียร์ด่าน หรือ level โดยการกดลิฟท์ คลาสสิคมากๆครับ

ถ้าคุณอยากลองสัมผัสกับเกมยุคโบราณ ที่สร้างขึ้นตั้งแต่ปี 1992 แต่ยังคงมีความสนุกแบบเดิมๆอยู่ ก็ควรจะลองเล่นดูครับ

ภาพจากเกม



ยังไม่ได้ลองกับวิสต้านะครับ เพราะไม่มีใช้


โหลดเสร็จแล้วให้ดับเบิ้ลคลิกที่ WOLF3D.EXE เพื่อเข้าเล่นเกมได้เลยครับ

วันอังคาร, กันยายน 30, 2551

เด็กติดเกม


ในขณะที่สภาวะเศรษฐกิจตกต่ำ เงินกระเป๋าตังหมุนไม่สะดวก ทุกคนทุกชนชั้นและทุกหย่อมหญ้า ล้วนตั้งหน้าตั้งตาทำมาหากินเก็บตัง ทำหน้าที่ที่ตนได้รับกันอย่างเต็มที่ แต่มีคนอยู่กลุ่มหนึ่ง ที่ไม่เคยสนใจสิ่งอื่นๆ นอกจากโลกของพวกเขาเอง โลกของเขาก็คือเกม และเขาคือ เกมเมอร์

ผมได้สัมภาษณ์หนึ่งในบรรดาเด็กติดเกม ที่เขาเรียกตัวเองว่าเกมเมอร์ทางอินเทอร์เน็ทมาครับ เรามาดูกัน


Pmm- สวัสดีครับ คือผมแอบรู้มาว่า คุณเป็นคนที่ใช้เวลาเล่นเกมต่อวันเยอะมากกกก ทำไมคุณถึงต้องเล่นเกมด้วยครับ?
Gamer- เริ่มจากผ่อนคายจากการเรียนหนักสือหนักคับ พอเล่นไปเรื่อยๆมันก้เริ่มติดจนเลิกมะได้
Pmm- ครับ แล้วแบบ "ติดจนเลิกไม่ได้" ของคุณเนี่ย มันเป็นแบบไหนเหรอครับ?
Gamer- ก้ถ้าว่างเมื่อไรก้จะจับเม้ามาเล่นทันทีคับ ไม่รอให้มีเวลาว่าง
Pmm- โอ้โห ชีวิตคุณนี่คงจะยุ่งตลอดเลยนะครับ แล้วที่เลิกไม่ได้ของคุณเนี่ยเ เล่นประมาณวันละกี่ชั่วโมงครับ
Gamer- อย่างน้อยก้4ชมคับ
Pmm- แล้วทางบ้านของคุณไม่ว่าอะไรเหรอครับ ผู้ปกครองของคุณ ที่คุณเล่นถึงวันละ 4 ชั่วโมงต่อวันครับ Gamer- ไม่ว่าคับเพราะผลการเรียนของผมไม่ถึงกับแย่

Pmm- อ๋อ ครับ แล้วคุณเคยมีความรู้สึกคิดจะเลิก "ติดเกม" บ้างไหม?
Gamer- ไม่มีคับ
Pmm- ทำไมถึงเป็นเช่นนั้นครับ
Gamer- เพราะเกมทำให้เราผ่อนคาย ทำให้เราใช้เวลาว่างให้เกิดประโยด (ตรงไหน) ดีกว่าเราไปติดยาเสพติด เล่นการพนัน
Pmm- แต่ติดเกมแทน
Gamer- อืม แต่มันก้ไม่ถึงกับว่าเลวร้ายขนาดนั้นนะคับ ไอ้ การติดเกมนิ แค่เราแบ่งเวลาให้ถูกก้พอ
Pmm- แล้วที่ว่าติดเกมเนี่ย คุณเล่นเกมอะไร?
Gamer- เล่นทุกเกมคับ- -^ ตอบเหมือนเด็กติดเกมทั่วไป ตั้งแต่กีลา ยัน เกมโป๊
Pmm- เกมส่วนมากที่เล่น จะเล่นไปในแนวไหนครับ ประเถทเกม เช่น ออนไลน์ ออฟไลน์ คอนโซล Gamer- ออนไล์คับ
Pmm- งั้นคุณก็เล่นบนคอมพิวเตอร์เสียส่วนใหญ่ใช่ไหมครับ?
Gamer- คับ ถ้าแต่ออกกไปข้างนอกผมก้เล่นคอนโซลคับ เพื่อทำเวลาว่างให้เกิดประโยชน์มากที่สุด
Pmm- ครับ ดีกว่าติดยา (ท่องไว้ๆ)
Gamer- ถูกๆ
Pmm- นอกเหนือจากเล่นเกม เด็กติดเกมอย่างคุณ ทำอะไรอีกบ้างครับ?
Gamer- ก้อ่านหนังสือคับ แล้วก้พักผ่อนสายตา เพื่อจะได้เล่นเกมได้นานๆ โดยมะปวดตา
Pmm- ครับ บ้าเกมแล้วยังรู้รักสุขภาพด้วย
Gamer- คับ ถ้าสุขภาพมะดีก้เล่นเกมมะได้เต็มประสิทธิภาพ

Pmm- ครับ เกมคือสิ่งเดียว ผมเข้าใจครับ แล้วนอกเหนือจากการผ่อนคลาย คุณมีแรงดึงดูดใจอื่นอีกไหม? Gamer- เพื่อนคับ เพราะเพื่อนชวนเล่นคับ แล้วเล่นเกมออนไล ทำให้เรารู้จักคนได้เยอขึ้น แค่มะช่ายใน รร แต่เปนต่างจังหวัด ต่างประเทศ
Pmm- ครับ แล้วที่คุณบอกว่าทำให้ได้พบปะเพื่อนใหม่ในเกมออนไลน์ ใช่ครับ ผมก็เคยคิดเช่นนั้น แต่คนที่รู้จักในเกมออนไลน์ มันก็แค่โลกจำลอง เป็นสมมุติฐาน ไม่ได้พบปะพูดคุยเห็นหน้าได้ยินเสียงได้กลิ่นปากแบบตัวเป็นๆนี่ครับ
Gamer- เคยสิคับ บ้างทีก้เล่นแถวใกล้ๆกัน เลยนัดพบก้มีบ้าง
Pmm- แล้วคุณได้พบคนตัวเป็นๆจากเกมกี่คนแล้วครับ
Gamer- ก็ประมาณ 10 คนคับ
Pmm- คุณคิดว่าคุณได้รับประโยชน์จากเกมไหม?
Gamer- ทำให้ประสาทไวขึ้น ทำให้สายตาเราสั้นลงเร็วขึ้น และเสียเงินเยอขึ้นกว่าปกติ
Pmm- เอ่อ.. นั่นมันไม่ใช่ประโยชน์ครับ - -"
Gamer- งั้นก็ มีเพื่อนเยอขึ้น ทำให้ไม่เครียดมาก
Pmm- คลายเครียดนี่เกมช่วยไหม?
Gamer- อย่างแรง
Pmm- เพราะผมเห็นเด็กเล่นเกมทำไมมีแต่หน้าตาเครียดๆ หัวเถิกๆ(เพราะคิดมาก) ใส่แว่น(เล่นมากไป)
Gamer- อันนั้นเขาเรียกกว่าเกรียนคับ ไม่ใช่เกมเมอร์
Pmm- แล้วคุณพอจะอธิบายความแตกต่างระหว่างเกรียนเกมเกมเมอร์ได้ไหมครับ
Gamer- เกรียนคือพวกติดเกมมากเกินไป คิดว่าชีวิตจิงก้คือเกม เช่นคนที่ไปปล้นแท๊กซี่แล้วบอกว่าเล่น GTA
Pmm- ใช่... น่าสงสารมากครับ เกรียนไม่ได้หมายถึงหัวเกรียนอะไรแบบนี้เหรอครับ เช่นคนที่เรียน รักษาดินแดน หัวเกรียน งั้นผมคงเข้าใจผิด
Gamer- คับ มันเป็นศัพท์ใหม่คับ
Pmm- แล้วคุณมีอะไรจะฝากถึงเพื่อนๆที่กำลังติดเกมอยู่ในขณะนี้บ้างครับ
Gamer- ก้แบ่งเวลาให้เกิดประโยด พักผ่อนให้เพียงพอ และอย่างทำให้สังคมไทยตกตํ่าไปกว่านี้เลยคับ และอย่าสนใจแต่เกมคับ สนใจคนข้างๆบ้าง
Pmm- แค่นี้เหรอครับ
Gamer- คับหมดแล้วคับ

นี่แหละครับ สิ่งที่คนติดเกม หรือที่เขาเรียกตัวเองว่าเกมเมอร์ คิดและทำนะครับ แต่คนๆนี้ก็เป็นแค่ส่วนหนึ่งในบรรดาเด็กติดเกมที่มากมายเหลือเกินในเมืองไทย ซึ่งสิ่งที่พวกเขาทำอยู่นั้น เขาคิดว่าพวกเขาทำถูกครับ แม้บางประเภทที่เล่นเกมมากเกินไปจริงๆ ที่พวกคนติดเกมเรียกพวกนี้ว่า "เกรียน" ซึ่งเป็นอีกวรรณะหนึ่งในระดับขั้นของเกมเมอร์ครับ และเราอาจได้ยินกิตติศัพท์ของเกรียนมานานแล้ว ใช่ตามเว็บบอร์ดต่างๆ ที่มักจะด่าคนอื่นว่า "เกรียน" อยู่บ่อยๆ

NOD32 มีเหมือนไม่มี?


(บทความนี้ค่อนข้างทำร้ายจิตใจแฟนๆ NOD32 ถ้ารับไม่ได้ให้ผ่านไปเลยครับ)

หลังจากที่ผมได้ผ่านประสบการณ์ใช้ NOD32 มาอย่างยาวนานแล้ว ผมได้ประสบพบว่า ไวรัส malware ต่างๆทั้งหลายทั้งปวงนั้น ได้เข้ามาหมักหมมในคอมพิวเตอร์กันอย่างคับคั่ง ทั้งๆที่ NOD32 อัพเดทตลอดจริงๆ (เทียบหมายเลขชุดอัพเดทกับคนที่ซื้อของแท้) ก็ยังหา malicious ware หรือโปรแกรมที่มีภัยคุกคามต่อระบบของเราไม่ได้ และไม่เคยได้เลย มีก็ร้อง autorun.inf บ้าง นานทีปีหน แต่มันก็ไม่ลบให้ครับ น่าโมโหอย่างสุดซึ้ง เสร็จแล้วเจอไวรัสที่ชื่อ Win32/PSW.OnLineGames.NMY trojan แต่อยู่ใน Drive ต่างๆ มีหมดเลยทั้ง C: D: E: F: เจอแล้ว ก็ร้องเอะอะโวยวาย แต่ก็ลบไม่ได้ ซ้ำร้ายยังขึ้นหน้าจอเตือนเจอไวรัสตลอด เจอแล้วเจออีก ลบก็ลบไม่ออก กดปิดไปก็เจออีก จนต้องนั่งขุดกระทู้ไปได้ชื่อ Trojan Remover มาจาก pantip เป็นของเสียตังซะอีก เซ็งเลย ยังดีที่ลบได้ครับ เลยโมโห uninstall NOD32 ทิ้งเลยดีกว่า เสร็จแล้วลองไปโหลดร่มแดงเวอร์ชั่นของฟรี Avira Personal มา เออ.. มันสแกนเจอ malicious เป็นร้อยเป็นพันในคอมพิวเตอร์ผม แถมลบออกได้หมดด้วย(อาจลบเลยเถิดไปบ้างก็ไปกู้เอาจากถังกักสารพิษ - -") แต่ NOD32 นี่ไม่เคยแสดงออกเลย หรือคิดว่ามันเป็นแค่"ของหลอกเด็ก"?

มาถึงจุดนี้แล้ว จะให้ด่าอย่างเดียวคงไม่ได้ พูดถึงข้อดีก็มีเหมือนกันสำหรับ NOD32 เช่น ไม่หน่วงเครื่องใช้ทรัพยากรน้อย เมนูใช้ง่ายสแกนสะดวกแถมเร็วดีด้วย แต่ปัญหาคือสแกนอะไรไม่เจอก็ไม่รู้จะใช้ไปทำไมอีกแหละครับ อีกทั้ง... ไม่เข้าใจว่าทำไมร้านคอมพิวเตอร์ที่ซ่อมคอมฟอร์แมทคอม หรือโรงเรียนต่างๆ ก็ใช้กันอยู่แค่ NOD32 ร้านหนังสือชั้นนำก็มี หรือผมจะเข้าใจอะไรผิดซึ่งก็ไม่น่าใช่ เพราะตามที่บอกคือ อัพเดทตลอด

คิดเห็นกันอย่างไรก็ทิ้งไว้ด้างล่างเลยครับ...

ใช้ Photoshop รวมภาพจากมือถือกองรวมกันแบบแนวๆ

สำหรับหลายๆท่านที่ชอบถ่ายภาพมากๆ (โดยเฉพาะภาพตัวเอง) แล้วอยากจับมารวมกันเป็นภาพเดียว ผมมีวิธีนึงมาแนะนำครับ นั่นคือทำเป็นกองภาพถ่ายพารารอย (เอาภาพมากองรวมกัน)

เริ่มแรก เปิดไฟล์ภาพใหม่ขนาดใหญ่สุดๆก่อน ใน Photoshop คำสั่ง File>New พิมพ์ไปเลย ใหญ่ๆ เพราะเราจะทำการรวมภาพนิ่ครับ โดยภาพนั้น ให้ background content เป็น transparent ด้วยครับ

ผมตั้งไว้ที่ 1600*1200 จากนั้นเปิดรูปของเรา แล้วแปะรูปของเราไปในไฟล์ที่เราเปิดไว้ตอนแรก(หวังว่าคงทำกันเป็นนะ ^ ^)

ส่วนมากรูปที่ลากลงมา จะเล็กกว่าภาพเปล่าๆที่เราสร้างไว้นะครับ เมื่อได้มาแล้วให้ทำ selection สี่เหลี่ยมโดยกด M แล้วทำรอบๆภาพที่เราลากลงมา จากนั้นลงสีขาวลงไปด้วย paint bucket tool(G) สีขาว ภาพจะออกมาประมาณนี้นะครับ




เสร็จแล้ว ให้กด (V) move tool เพื่อจะหมุนภาพ


โดยปกติแล้ว Photoshop ไม่ได้ให้คำสั่งมาด้วย ดังนั้นด้านบน ให้เราตั้งแบบภาพครับ (ต้องติ๊ก show transform controls ด้วย)

เสร็จแล้วภาพจะมีขอบขึ้น ให้หาจุดหมุนแล้วหมุนซะ ตามภาพ




เมื่อหมุนได้ที่แล้ว กด enter ต่อไปคลิกขวาที่เลเยอร์รูปที่พึ่งหมุนไป เลือก blending options จากนั้นติ๊กถูก Drop shadow แล้วตั้งค่าใ้ห้ได้ประมาณในภาพนี้นะครับ


แค่นั้นแหละ เสร็จแล้ว ต่อไปก็เอาภาพอื่นมาทำวิธีเดียวกัน โดยอาจจะกดที่ลูกตา เพื่อปิดรูปเก่าก่อนก็ได้ กันงง แล้วก็ทำไปหลายๆรูป แบบนี้



และทำต่อไปเรื่อยๆ จนมันออกมาประมาณนี้ แต่งนิด เสริมหน่อย เอาพื่นหลังมาใส่ ก็เป็นอันเสร็จครับ


เป็นยังไงครับ ง่ายใช่มั้ยครับ แค่นี้เราก็ได้วิธีผสมภาพแบบเก๋ๆ แนวๆ มาใช้กันแล้ว หุหุ


ปล.Tut ของผม จะเน้นเรื่องของการฝึกฝนด้วยตัวเอง
ปล2.มีอะไรสงสัยก็ถามลงไปใน comment ได้เลยครับ

PMM เรียน Science ที่โรงเรียน


"วิชาวิทยาศาสตร์เป็นอะไรที่เข้าใจยาก สับสน ซับซ้อน และโหดร้ายมากๆ เวลาครูให้การบ้าน ยิ่งตอนสอบแล้วก็ เหมือนตกนรกยังไงยังงั้น เกรดก็ได้น้อย พ่อแม่ต้องไม่พอใจแน่ๆ แล้ว GPA จะทำยังไงเนี่ย"


เมื่อถามถึงวิชาวิทยาศาสตร์ หลายๆท่านอาจจะบอกแบบนี้ ซึ่งมันก็จริง... ในหลายๆโรงเรียน และในหลายๆชีวิต.. เพื่อการเรียนต่อ แต่ถ้าหากท่านได้อ่านบทความเรื่อง PMM เรียน Economy ที่โรงเรียน ไปแล้ว(ใครยังไม่ได้อ่าน แนะนำให้อ่านซะ) ท่านก็พอจะนึกออกว่า ที่โรงเรียนผมวิชาวิทยาศาสตร์มันเป็นยังไง เรื่องที่ผมกำลังจะเล่าต่อไปนี้ อาจจะเหนือความคาดหมายของท่านที่อ่านอยู่ หรือว่างั้นๆ ก็แล้วแต่ดวงครับ.....

ครูที่สอนมีนามว่า "นันทนา" ครับ นามสกุลอะไรมิอาจทราบได้ เหมือนจะชื่อเล่นว่า "นอร่า" ชื่อเหมือนชาวต่างชาติซะงั้น ทั้งๆที่ชื่อจริงชื่อนันทนา แต่เพื่อนเคยเล่าให้ฟังว่า อาจารย์น่อร่าเกิดอยู่อังกฤษครับ เอ แล้วทำไมชื่อจริงว่านันทนานะ แต่ก็น่าจะจริง เพราะแกพูดไทยไม่ชัด ทั้งนี้ทั้งนั้นพวกผมและผองเพื่อนก็เรียกแกว่า"จารป้า" อยู่ดีนั่นแหละ และแก claim.. อ่า เคยกล่าวไว้ว่าวิชาที่แกสอนเป็นวิชา Planet Earth ครับ ชื่อเหมือนรายการทีวีเลย เรื่องที่แกสอนก็คือพวก ดาราศาสตร์ ประชากรโลก ไม่ก็ โรงงานไฟฟ้าและการปั่นไฟฟ้า และเหมือนช่วงนี้จะสอน Global Warming สภาวะโลกร้อนอะไรพวกนี้ครับ ดูเหมือนจะเป็นวิชาธรรมดาๆ ไม่เห็นมีอะไรเลย สอนเรื่องโลกร้อน ก็ถูกแล้ว ยังยังผมยังเล่าไม่จบ

เรามาดูกันที่วิธีการสอนของแกครับ ตอนเปิดภาคเรียนมาใหม่ๆ ที่เพิ่งเจอจารป้าครั้งแรก เหมือนจะเคร่งมากๆ แต่ด้วยนิสัยของเด็กวัยรุ่น มันเม้าท์แตก เหมือนท่อประปารั่ว คุยกันไม่หยุด แต่แกก็สอนไป และสอนไป พอวันที่สองก็เริ่มมีเพื่อนเล่น PSP กันในคาบเรียนและ แกก็เดินมาด่านะ ต่างกับของ Economy ที่แกไม่พูดซักคำ แล้วแกก็ไป บางวันที่รมณ์บ่จอยก็กระชากสายหูฟัง iPod หลุดไปเลยก็มี ร้ายสุดๆ และแกจะสอนเสียงเบาๆมากๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆ แบบว่า นั่นพูดกันต่อหน้าต่อตากันแทบจะไม่ได้ยิน อาจเป็นเพราะเพื่อนมันเม้าท์แตกกันอยู่ก้ได้ แต่ไม่น่าจะเกี่ยวนะ ถ้าใกล้ๆแล้ว อะไรๆก็น่าจะได้ยินชัด จนผมต้องนั่งใกล้จนน้ำลายแกลอยมาโดนหน้านั่นแหละ ถึงจะได้ยิน และด้วยความเสียงเบาของแกมั้ง เลยทำให้นักเรียน(รวมทั้ง PMM)ขี้เกียจจะเรียน


ความสุดยอดของวิชานี้ก็คือ อารมณ์ที่เดือดได้ง่ายๆ เหมือนน้ำมันที่รอการจุดระเบิดมันวิ่งรออยู่ในหัวของแกอยู่แล้ว บางทีคนคุยกันเสียงดัง เล่นเกม ฟังเพลง ถึงขั้นต่อลำโพง แกก็ไม่เคยว่าครับ แต่สัปดาห์ต่อมา แกดันโมโหซะงั้น ผมยังจำเหตุการณ์นั้นได้ดีเลย วันนั้นแกของขึ้น และจับกระเป๋าเพื้อนโยนไป ตุ๊กตาคอขาดเลย เป็น Stitch(จาก Lilo & Stitch: The Series)เสียด้วย ผมอึ้งไปเลยครับ สงสัยเม็นไม่มา อีกเรื่องคือ บางวันเด็กคุยกันเสียงดังจนผมหูแทบหนวก แกก็จะสอนไปแบบที่ไม่มีคนได้ยินแบบนั้น หรือบางวันเพิ่งจะเริ่มต้นคุยกัน(ตอนเริ่มคุยโดยธรรมชาติเสียงจะเบาก่อน) แกก็ไล่พวกนั้นไปหมดเลย GET OUT! GET OUT! และพาไปหาผู้ใหญ่ลี[1] ซึ่งต่อจากนั้นก็ไม่รู้ว่าเกิดอะไรขึ้นแล้ว


อีกตอนหนึ่งก็คือ ช่วงนั้นโรงเรียนมีการแลกเปลี่ยนเด็กจีนกันครับ อาไทยไปจีน เอาจีนมาไทย ในเวลาไม่พร้อมกัน กล่าวคือ เอาคนไทยไปอยู่บ้านจีนก่อน แล้วเด็กจีนพวกนั้นก็มาอยู่บ้านเด็กไทยบ้าง และเป็นคลาสที่เด็กจีนต้องมาเรียนกับนันทนาสอนวิทยาศาสตร์นี่พอดี แล้ววันนั้นจารป้าแกก็กำลังของขึ้นอยู่ สุดท้ายก็ตะเพิดเด็กจีน ที่ฟังภาษาอังกฤษแทบจะไม่ออก(งง) ไปหมดเลย น่าสงสารมาก เพิ่งจะมาแท้ๆก็โดนไล่ละ โดยไม่ได้ทำอะไร

ช่วงสอบ... เอ ผมไม่รู้สึกจะมีความจำตอนสอบ science เลยแหะ สงสัยจะไม่ได้สอบ - -" จำได้ว่าเคยส่งงานไปสองสามครั้ง ช่วงสองเดือนแรกของปี เป็นงานเรื่องสิ่งมีชีวิตที่ฉันเลือก แต่ต่อจากนั้นก็เหมือนไม่ได้เจอกันเลย ก็ไม่รู้เหมือนกันว่าคนอื่นๆรู้สึกแบบนี้ป่าว ไปเรียนเหมือนไม่ได้เรียน ไปนั่งโม้กัน ฮ่าๆ

บางทีแกโมโหสุดๆ ถึงกับโทรตาม ผู้ใหญ่ลี[1]มาช่วยคุมเด็กเลยครับ แต่ก็นะ ไม่ได้ช่วยให้อะไรดีขึ้นเลย เพราะความสัมพันธ์ระหว่างผู้ใหญ่ลีกับนักเรียนมันยิ่งกว่า ลูกศิษย์กับครูครับ กิ๊กเหรอ ว้ายไม่ใช่ ด้วยฐานะที่เป็นครูใหญ่ เลยไม่ได้สอนหนังสือทำให้นานๆเจอแกที ประกอบกันการที่ผู้ใหญ่ลีเป็นครูใหญ่ใจดีด้วย ทำให้เด็กๆสนิทสนมกับแกมากๆ เพราะแบบนี้ การที่เอาผู้ใหญ่ลีมาช่วยดูแลการสอนก็ไม่เกิดประโยชน์หรือโทษหรืออะไรทั้งนั้นครับ เหมือนกับไม่มีอะไรเกิดขึ้นว่างั้น แถมเอาผู้ใหญ่ลีมา ยิ่งทำให้เด็กมีความสุข จะได้คุยเล่นหนุกหนานๆ

ในช่วงหลังๆมานี่ จารป้าแกไม่เคยสอนเลยด้วยซ้ำครับ เอาแต่แจกกระดาษ สงสัยแกคงจะเบื่อมากๆแล้ว เด็กบ้าอะไร มาโรงเรียน ค่าเทอมก็แพง มาก็ไม่เรียน เป็นผม.. ถึงไม่เป็นผม ผมเห็นผมก็เบื่อแล้วแหละ พ่อแม่เสียตังมาให้เรียน จ้างครูสอน ครูเป็นลูกจ้าง นักเรียนเป็นนายจ้าง แต่นายจ้างให้เงินลูกจ้างโดยไม่ให้ลูกจ้างได้ทำงาน ใครที่กำลังจะเป็นครู ผมแนะนำให้มาทำงานที่นี่เลยครับ รับรองสบายจริงๆ ไม่สอนก็ไม่มีคนว่า เหมือนอาจารย์ท่านนึง ซึ่งตอนนี้เป็น บุคคลปกปิด อยู่ ไว้จะเล่าให้ฟังในวันหน้า รอบนี้ PMM ต้องลาไปก่อน ไว้เจอกับใน blog หน้าครับผม



[1]พบกับบทความผู้ใหญ่ลี เร็วๆนี้

PMM เรียน Computer ที่โรงเรียน

อยู่มาวันหนึ่ง โรงเรียนของผมได้เห็นความสำคัญของคอมพิวเตอร์ จึงได้จัดวิชา Career and Technology เวอร์ชั่น Computer ขึ้นมาครับ ซึ่งเมื่อปีที่แล้ว รู้สึกคนสอนจะชื่อ ปิกาจู หรือไรเนี่ย แล้วต่อมาก็ชื่อ แมททิง อะไรโรนี่ๆ ไม่รู้ แต่ปีนี้สิครับ คนสอนเป็นหนุ่มเนื้อหอมไฟแรง ที่หมายตาของกลุ่มสาวประเภทสอง นาม "ประเสิด" ไม่รู้หรอก ภาษาไทยของคำๆ นี้สะกดยังไง เพราะเคยเห็นแต่ชื่อเป็นภาษาอังกฤษ อีกอย่าง อาจารย์ท่านนี้เวลาสอนจะพูดไทยไม่ได้(แต่ฟังได้นะ หมายถึง ถามไปภาษาไทยนี่ตอบกลับถูกต้อง รู้เรื่อง) ยกเว้นก็แต่ตอนด่าเด็ก ที่จะใช้ภาษาไทย จะได้ด่ากันรู้เรื่องมั้ง

ไฟของแกแรงจริงๆนะครับ จำได้เลยว่าเปิดเทอมมาวันแรกๆ ก็ลุยห้องคอมที่เพิ่งสร้างใหม่มาต้องรับแกโดยเฉพาะมั้ง เป็นคอมชุด Dell ทั้งหมด แต่ยังจอฟ้าอยู่บ้าง ไม่เป็นไรเห็นว่าเป็นโรงเรียน สัปดาห์ต่อมา ได้มีโอกาสไปเรียนกับแกอีก ทีนี้ผมก็เล่นเน็ตสิครับ ห้องคอมมันมีเน็ตก็เล่นซะ ไปๆมาๆ มีตัวหนังสือแดงๆ บอก Do your work ...แล้วผมก็ขาดการติดต่อกับหนูของผมไป อีกไม่กี่อึดใจ จอกลายเป็นสีขาวซะงั้น เห็นได้ชัดเจนเลยว่าใช้ NetOpStudent ชัวร์ๆ ก็เลยเริ่มคิดอะไรได้ อ้อ คอมพิวเตอร์ สอน Photoshop น่ะครับ และอย่างที่รู้คือ ผมน่ะศึกษาวิชา Photoshop มานานร่วม 5 ปีแล้ว จึง.. ไม่ได้เรียน นั่งเล่นเวป ออน msn และก็อย่างเคย จอขาวมาอีกแล้ว ฮ่าๆ


โอเค ผ่านพ้นไปแล้วสำหรับวิชา Photoshop เกรดทำได้ไม่ค่อยดี เพราะไม่ค่อยได้เรียน และนึกว่าตัวเองเทพแล้ว ก็เทพจริงแหละ แต่มันไม่ตรงจุดที่ได้คะแนน เด็กๆอย่าทำนะครับ เทพแล้วก็เทพไป แต่ก็ต้องเรียนด้วย เดี๋ยวเป็นแบบพี่ ต่อไปพี่แกสอน HTML ครับ ซึ่งเป็นอะไรที่มีประโยชน์กับ blog มากๆ และอย่างที่รู้กันอีกคือ ในฐานะคนที่ใช้คอมมากกว่า 12 ชั่วโมงต่อวัน มันต้องรู้ HTML มาบ้างอยู่แล้ว(และเชื่อว่าหลายๆท่านที่กำลังอ่านอยู่ก็ต้องรู้จัก แน่ๆ) จึงทำให้เกิดอาการ"เทพขี้เกียจเรียน"อีก ฮ่าๆ และในขณะนั้น ก็เหมือนจะได้รู้จักกับวิธีแก้โรคจอขาวแล้ว จะเป็นยังไง ต้องอ่านต่อไปครับ

มีอยู่อย่างหนึ่งที่นิยมกันในห้องคอมของประเสิด ก็คือ Frets On Fire ซึ่งก็คือผมเอง ที่เอาใส่ CD ไป และฝังไว้ใน HDD ซะ และเริ่มโยนไปไว้ที่ไดร์ฟ Z ซึ่งเป็นไดร์ฟที่เอาไว้ส่งงานเด็กนั่นแหละ ฮ่าๆ มันเลยแพร่กระจายเร็วสุดๆ และในที่สุดวันที่ผมภาคภูมืใจมากที่สุดก็มาถึง ก็คือวันนั้น เดินเข้าห้องคอม เจอเด็กน้อยเด็กโตเด็กมหาลัย นั่งเล่นกับเต็มห้อง เหมือนร้านเกมเลย ผมซึ้งน้ำตาร่วงเลย เพราะมันเป็นเกมที่ผมเป็นคนเอามา และไม่เคยบอกใคร(ปิดทองหลังพระ) บอกที่นี่ที่แรก และหลังจากวันนั้นเป็นต้นมา รู้สึกคีย์บอร์ด Dell มันจะวางแ้ล้วกระดกๆยังไงไม่รู้ ก็ลองคิดดู เล่นกีต้าร์นะครับ ด้วยคีย์บอร์ด มันต้องมีแรงกดเป็นธรรมดา สนุึกสนานกันไปครับ

ความสนุกยังไม่สุดแค่นั้น เพราะผมได้เอา soldat ไปฝังไว้อีก แต่รู้สึกจะไม่เป็นที่นิยมเท่า Frets on Fire สงสัยเด็กเบื่อแล้ว เลยเล่นกันแค่สี่คนในวงแลน ใครแพ้เลี้ยงไอติมแห้ง

กลับมาที่คาบเรียน ขณะที่ผมเขียน HTML อยู่นั้น ก็จะมีเสียงตลอดเลย "จารย์ขา ล๊อคคอมหนูทำไม" "จารขา ทำไมจอแดง" "เห้ย ไอ้เหี้ย เม้าส์กูขยับเอง" แล้วก็จะมีเสียงใหญ่ๆตอบกลับดังๆว่า "You're just playing Hi5 " "No, Don't play games. Stop itๆ" ฯลฯ ที่สังเกตุได้คือ พัฒนาจากจอขาวเป็นจอแดงแล้ว เขียนประมาณว่า "ห้ามกินขนม ห้ามเล่นเกม ห้ามเปิดเวป ห้ามออน msn แอนด์ดููยัวร์เวิร์ค" จนในที่สุดผมทนไม่ได้ เอามือเอื้อมไป unplug ตัว Powersupply แล้วยัดเข้าใหม่ คอมร้องตี๊ด จากนั้น ตรงนี้สำคัญมาก รอให้คอมติด และไป disable ตัว LAN ซะ จบข่าวครับพี่น้อง สบายยย ทำงานได้อย่าอิสระไม่มีคนมาคอยแอบดู ถึงทำแบบนี้จะเป็นการตัดการติดต่อกับโลกภายนอกด้วย เล่นเน็ตไม่ได้ แต่ก็ไม่ใช่ปัญหา เพราะผมได้ตุนเกมนามสกุล .swf ไv้มากมายใน USB Portable Storage Device โชคดีทีคอมโรงเรียนมาโปรแกรม Flash 8 อยู่แล้ว เลยสามารถเปิด .swf ได้สบายๆ ไม่ต้องพึ่ง browser และเกมของผมไม่ใช่เกมธรรมดาๆ ที่หาได้ทั่วไป เป็นเกมจาก Newgrounds.com ซะอีก ซึ่งเป็นเวปแฟรชที่ดีที่สุดในโลกแล้ว เขาให้ Concept ว่า "Everything By Everyone" มีระบบ Portal ครับ คือให้คนส่ง submission(ผลงานของตัวเอง) ได้เรื่อยๆ ซึ่งแต่ละคนมันก็สุดๆทั้งนั้น เพราะเวปนี้มีรางวัลประจำปีให้ด้วย สำหรับแฟรชที่คนเข้าไปดู/เล่น เยอะๆ ผมเลยใช้หมาย่าง DownThemAll โหลดๆๆๆ แหลก ตอนนี้ตุนได้ 100กว่าเม็กแล้วครับ ค่อยๆอัพเดทสะสมมาเรื่่อยๆ อาทิตย์นึงเพิ่มสามสี่เกมอะไรแบบนี้ พอเำพื่อนเห็นผมเล่น แน่นอน ต้องอยากเล่นบ้าง ผมก็เลยจัดโยนเกมลงไปในไดร์ฟส่งงานของอาจารย์ประเสิดเลย(เหมือนที่ทำกับ Frets on fire นั่นแหละ) เพื่อตัดปัญหาการจราจล(ต่อยกันแย่ง usb ฮ่าๆ) และอัพเดททุกอาทิตย์กันคนเบื่อด้วย เพราะงั้นตอนนี้ ถึงคุณจะห้ามเราเล่น จะล๊อคยังไง มันไม่ผลแล้วในตอนนี้ ฮ่าๆ (มีวิธีแบบไม่ต้องตัดเน็ตและไม่โดนล๊อคด้วยนะ แต่ไม่อยากจะบอก ฮ่าๆ แบบว่ามันงงๆนิดหน่อย)

พอก่อนละกัน เดี๋ยว PMM ซวย 555+